จับ 4 คนลอบข้ามคลองพรมโหดจากปอยเปต สารภาพเป็นแอดมินเว็บ
กองกำลังบูรพา ฉก.อรัญประเทศ พร้อมกองร้อยทหารพรานที่ 1304 ดักซุ่มบริเวณคลองพรมโหด บ้านใหม่โคกสะแบง ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว จับเรือลำหนึ่งลักลอบล่องจากฝั่งกัมพูชากลับไทย จับได้ 4 คน เป็นคนไทย 3 คน และผู้นำพาชาวกัมพูชา 1 คน โดยชาย 2 คนสารภาพเป็นแอดมินในปอยเปต รับเดือนละ 18,000–20,000 บาท ส่วนหญิงไทยอ้างแค่ไปเยี่ยมสามีฟิลิปปินส์ ผู้นำพากล่าวอ้าง แค่ได้ค่าจ้างคนละ 50 บาท ตำรวจ สภ.คลองลึก คุมตัวสอบขยายผลต่อ
#ชายแดนไทยกัมพูชา #ลักลอบข้ามแดน #กระทรวงกลาโหม #ข่าวtiktok #ข่าวปอยเปต
เหตุการณ์จับกุมกลุ่มลักลอบข้ามแดนที่คลองพรมโหดในพื้นที่อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาเรื้อรังชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยในพื้นที่ กรณีนี้เจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพาและทหารพรานที่ 1304 สามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 4 ราย โดยเป็นคนไทย 3 คนและผู้นำพาชาวกัมพูชา 1 คน ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า มีชาย 2 คนรับสารภาพว่าเป็นแอดมินเว็บในปอยเปต ซึ่งได้รับค่าตอบแทนในระดับเดือนละ 18,000-20,000 บาท ส่วนหญิงไทยหนึ่งคนอ้างว่าเดินทางไปเยี่ยมสามีชาวฟิลิปปินส์ และผู้นำพาชาวกัมพูชายืนยันได้รับค่าจ้างเพียง 50 บาทต่อคนเท่านั้น การลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดนนี้เป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งในแง่ของความมั่นคง การแพร่ระบาดของโรค และการกระทำผิดทางกฎหมายอื่นๆ เช่น การค้ามนุษย์ และการกระทำผิดทางไซเบอร์ผ่านเว็บที่แอดมินในพื้นที่ปอยเปตดูแลอยู่ การที่ผู้ต้องสงสัยบางรายมีบทบาทเป็นแอดมินเว็บ ถือเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างการลักลอบข้ามแดนกับโลกออนไลน์ ซึ่งกลุ่มมิจฉาชีพใช้แพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อประสานงานและรับจ้างดำเนินการเกี่ยวกับการลักลอบนี้ โดยมีการจ่ายค่าจ้างต่างกันตามตำแหน่งหน้าที่และบทบาท นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำผิดกฎหมายที่ซับซ้อนในยุคดิจิทัลที่ต้องการการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจคลองลึก ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดไปสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อขยายผลหาข้อมูลเครือข่ายและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในขบวนการนี้ ซึ่งจะช่วยยับยั้งและแก้ไขปัญหาการลักลอบข้ามแดนในพื้นที่ชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับประชาชนพื้นที่ชายแดนและผู้ที่ทำงานในแวดวงการรักษาความปลอดภัย ควรตระหนักถึงความสำคัญของการรายงานความผิดปกติใดๆ ในพื้นที่อย่างทันท่วงที เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสม การประสานงานและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันปัญหาการลักลอบข้ามแดนและอาชญากรรมในพื้นที่ชายแดนให้ลดน้อยลง
