รัฐบาลเปิดทางใหม่! ใช้ค่าน้ำ-ไฟ ยื่นกู้ผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” ได้แล้ว
รัฐบาลยุคดิจิทัลเปิดบริการใหม่ “ขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟ” ผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” โดยธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมมือกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล, การไฟฟ้านครหลวง, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค, การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เปิดทางให้คนไม่มีรายได้ประจำหรือไม่มีเอกสารรายได้แบบเดิม สามารถดาวน์โหลดข้อมูลค่าน้ำ-ค่าไฟย้อนหลัง 6 เดือนไ ปยื่นขอสินเชื่อได้ฟรี กับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ “Your Data” เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่าย ปลอดภัย และรวดเร็วมากขึ้น โดยดูรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อที่รองรับได้ที่ www.bot.or.th
#ข่าวtiktok #กรมประชาสัมพันธ์ #กู้เงินรัฐบาล #ใช้บิลค่าน้ำค่าไฟยื่นกู้ #ข่าวเศรษฐกิจ
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน รัฐบาลได้เปิดให้บริการใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้ที่ไม่มีเอกสารรายได้แบบเดิมหรือไม่มีรายได้ประจำ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งผู้ใช้งานสามารถขอประวัติการใช้และชำระค่าน้ำ-ค่าไฟย้อนหลังได้ถึง 6 เดือน และนำไปยื่นกู้กับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ Your Data ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย บริการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค เพื่อเพิ่มช่องทางด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้นสำหรับประชาชนทั่วไป เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า หรือคนที่มีรายได้จากแหล่งอื่นๆ ที่ไม่สามารถแสดงหลักฐานรายได้แบบมาตรฐานได้ นอกจากนี้ แอปฯ “ทางรัฐ” ยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงิน เนื่องจากมีข้อมูล usage ของค่าน้ำและค่าไฟฟ้าที่เป็นข้อมูลจริงยืนยันการใช้พลังงานในแต่ละเดือน ซึ่งสะท้อนถึงภาพรวมการใช้ชีวิตและรายได้ของผู้กู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยข้อมูลนี้ถือเป็นเครดิตทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการกู้สินเชื่อหรือขอสินเชื่อต่าง ๆ ผู้ใช้งานสามารถดูรายชื่อสถาบันการเงินที่รองรับบริการสินเชื่อผ่านข้อมูล Your Data ได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย www.bot.or.th ซึ่งช่วยให้ประชาชนเลือกใช้บริการได้ตามความเหมาะสมและความน่าเชื่อถือ การใช้บิลค่าน้ำค่าไฟยื่นกู้นอกจากจะช่วยให้ผู้ที่ไม่มีบัญชีธนาคารหรือเอกสารรายได้แบบเดิมเข้าถึงแหล่งเงินทุนแล้ว ยังช่วยลดขั้นตอนการสมัครสินเชื่อแบบเดิมที่ยุ่งยากและใช้เวลานาน และตอบโจทย์ระบบเศรษฐกิจที่กำลังเน้นการพัฒนาด้านดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนในทุกระดับเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างเท่าเทียมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการขับเคลื่อนประเทศไปสู่สังคมไร้เงินสดและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของรัฐบาลในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาทำให้บริการสาธารณะเป็นเรื่องง่าย เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้สะดวกขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เคยถูกจำกัดโอกาสทางการเงินจากวิธีการเดิมที่ต้องผ่านเอกสารรายได้ที่ซับซ้อนและไม่ครอบคลุมทุกกลุ่มประชากร
