ฐานแตก! ทหารเมียนมาเกือบร้อย หนีข้ามแดนมาฝั่งไทย หลังถูกกะเหรี่ยงโจมตีหนัก
พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจราชมนู เผยช่วงบ่ายวันที่ 12 ก.ค. 2568 กองกำลังกะเหรี่ยง KNLA ใช้โดรนทิ้งระเบิดและรุกเข้าตีฐานอุเกรทะ ของทหารเมียนมาใน อ.ซูการี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง จนทหารเมียนมาเกือบ 100 นายต้านไม่ไหว ต้องถอนตัวข้ามชายแดนมาฝั่งไทย ที่บ้านวาเล่ย์ใต้ อ.พบพระ จ.ตาก หน่วยเฉพาะกิจราชมนูได้เข้าควบคุมตัว ปลดอาวุธ รักษาพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม พร้อมดูแลผู้หนีภัยกว่า 400 คน และเสริมกำลังป้องกันแนวชายแดนอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง
#ทหารเมียนมา #ชายแดนพบพระ #ชายแดนไทยเมียนมา #ข่าวtiktok #กระทรวงกลาโหม
เหตุการณ์ฐานทัพเมียนมาแตกและการโจมตีของกองกำลังกะเหรี่ยง KNLA ที่อำเภอซูการี รัฐกะเหรี่ยง ถือเป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาอย่างชัดเจน การใช้โดรนทิ้งระเบิดของกะเหรี่ยงแสดงถึงรูปแบบการรบที่มีการพัฒนาและซับซ้อนมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นสัญญาณว่าแนวโน้มความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมายังคงรุนแรงและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของพื้นที่ชายแดนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเหตุการณ์นี้ทำให้ทหารเมียนมากว่า 100 นายต้องถอนกำลังและล่าถอยข้ามชายแดนมายังพื้นที่บ้านวาเล่ย์ใต้ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งก่อให้เกิดสถานการณ์ผู้ลี้ภัยและความจำเป็นในการดูแลอย่างเร่งด่วนจากหน่วยงานไทย โดยหน่วยเฉพาะกิจราชมนูได้เข้าควบคุมตัว ปลดอาวุธ และให้การรักษาพยาบาลตามหลักมนุษยธรรม รวมถึงดูแลผู้ลี้ภัยกว่า 400 คนในพื้นที่ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความร่วมมือทั้งในระดับปฏิบัติการและมนุษยธรรมที่สำคัญ ล่าสุด กองกำลังทหารไทยได้เสริมกำลังป้องกันแนวชายแดนอย่างเข้มงวดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงและลดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังเน้นย้ำความสำคัญของการเฝ้าระวังปัญหาความรุนแรงข้ามพรมแดน เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ลุกลามเกิดวิกฤติในภูมิภาค สำหรับผู้สนใจติดตามข่าวสารในบริบทของความขัดแย้งในรัฐกะเหรี่ยงและผลกระทบต่อพื้นที่ชายแดนไทย ควรเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งจากกลุ่มการเมืองและสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าใจมิติของปัญหาอย่างชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น องค์กรระหว่างประเทศบางแห่งก็ได้รณรงค์เพื่อเรียกร้องสันติภาพและการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในเมียนมาอย่างยั่งยืน ซึ่งจะส่งผลดีต่อความมั่นคงของพื้นที่ชายแดนไทยและภูมิภาคโดยรวม
