ทบ.แจงเหตุมีปากเสียงชายแดน ทหารเขมรอยากรู้อยากเห็น เดินล้ำขอบเขตไทย

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงเหตุทหารไทย-กัมพูชามีปากเสียงบริเวณช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี เมื่อเช้า 9 ก.ค. 2568 ยืนยันเหตุเกิดจากทหารกัมพูชาเข้ามาใกล้เกินขอบเขต เพราะเห็นทหารไทยเตรียมสถานที่รองรับผู้บังคับบัญชา จึงเข้ามาดูใกล้ ๆ ฝ่ายไทยจึงเข้าไปชี้แจงให้ถอยออก จนเกิดการโต้เถียงกันด้วยวาจา แต่ไม่มีเหตุบานปลาย ต่างฝ่ายเข้าใจกันแล้ว พร้อมย้ำไทยไม่เคยรุกล้ำดินแดนตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง

#ชายแดนไทยกัมพูชา #กระทรวงกลาโหม #ข่าวtiktok #tiktokเล่าข่าว #ดราม่าวันนี้

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ปะทะกันเล็กน้อยระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาที่ชายแดนช่องอานม้า จังหวัดอุบลราชธานี สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศที่ต้องมีการบริหารจัดการอย่างเข้มงวดและระมัดระวัง ทหารกัมพูชากลับมีพฤติกรรมอยากรู้อยากเห็นและเดินล้ำเข้าไปในบริเวณฝั่งไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสร้างความไม่พอใจและเป็นเหตุให้เกิดการปะทะด้วยวาจา แม้สถานการณ์จะไม่ได้บานปลายจนถึงขั้นรุนแรง แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนที่ยังคงมีแนวโน้มปัญหาขัดแย้งเกิดขึ้นได้หากไม่มีการสื่อสารและรักษากติการ่วมกันอย่างชัดเจน ในประเด็นนี้ การปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทยซึ่งดำเนินการชี้แจงและขอให้ทหารกัมพูชาออกห่างจากบริเวณที่เตรียมสถานที่รองรับผู้บังคับบัญชา เป็นตัวอย่างของการจัดการสถานการณ์ที่ดีโดยไม่ได้ใช้กำลังเข้มงวดเกินเหตุ ถือเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยของพื้นที่ชายแดนอย่างเหมาะสม ในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงความชัดเจนว่าประเทศไทยไม่ยินยอมให้มีการล่วงล้ำชายแดนโดยไม่ได้รับอนุญาต พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นจุดที่มีประวัติความขัดแย้งและข้อพิพาทเรื่องเขตแดนอยู่บ้าง จึงจำเป็นต้องมีมาตรการร่วมกันระหว่างกองทัพทั้งสองฝ่ายเพื่อป้องกันสถานการณ์บานปลาย เช่น การจัดตั้งจุดตรวจชายแดนร่วม การประชุมหารือข้อตกลงในการเดินลาดตระเวน หรือการสื่อสารแจ้งข่าวสารระหว่างกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แต่ละฝ่ายทราบถึงขอบเขตที่ชัดเจนและความเคลื่อนไหวสำคัญที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ สื่อและสังคมควรใช้ข้อมูลจากหน่วยงานราชการเป็นหลักและหลีกเลี่ยงการสร้างข่าวลือ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ตึงเครียดเกินความเป็นจริง สุดท้ายแล้ว ความร่วมมือและความเข้าใจระหว่างหน่วยงานฝั่งไทยและกัมพูชาเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ปะทะหรือความเข้าใจผิดลุกลามไปสู่ความขัดแย้งในวงกว้าง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเตรียมพื้นที่รับรองระดับผู้บังคับบัญชา ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อภาพลักษณ์และความมั่นคงของประเทศ