กต.ยันส่งหนังสือแจงยูเอ็นแล้ว ย้ำไทยไม่ขึ้นศาลโลก-ยึด MOU 43 เดินหน้าแก้ชายแดนด้วยเจรจา
นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผยไทยได้ส่งหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติเมื่อ 19 มิถุนายน 2568 ชี้แจงกรณีกัมพูชาขอให้ยูเอ็นบรรจุปมชายแดนเป็นวาระในสมัชชาใหญ่ โดยไทยยืนยันเดินหน้าแก้ปัญหาภายใต้ MOU ปี 2543 ด้วยกลไกทวิภาคี ไม่ขึ้นศาลโลก หนังสือของไทยแนบแถลงการณ์รัฐบาลไทยอย่างเป็นทางการ ขอเว ียนให้ทุกประเทศสมาชิกยูเอ็นรับทราบเช่นกัน ขณะนี้เอกสารทั้งสองฝ่ายถูกลงทะเบียนเข้าสู่วาระที่ 32 แล้ว เพื่อให้เป็นหลักฐานรับรู้ในวงกว้าง
#กระทรวงการต่างประเทศ #สหประชาชาติ #unitednations #un🇺🇳 #ไทยกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวกัมพูชา #cambodia #cambodianews #mou43 #ศาลโลก #กรมสารนิเทศ #ดราม่า #ดราม่าวันนี้ #ดราม่ารายวัน #ข่าวtiktok #ข่าวtiktoknews #tiktoknews #tiktokเล่าข่าว #เล่าข่าวtiktok #ข่าววันนี้ #ข่าว #ข่าวล่าสุด
จากเหตุการณ์ล่าสุดที่กระทรวงการต่างประเทศไทยได้มีการส่งหนังสือแจ้งไปยังสหประชาชาติเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 เพื่อชี้แจงกรณีความขัดแย้งชายแดนกับกัมพูชา เป็นการยืนยันว่าไทยจะไม่ดำเนินการยื่นขึ้นศาลโลก ขณะนี้ไทยเลือกใช้กลไกทวิภาคีตามความตกลงภายใต้บันทึกความเข้าใจฉบับที่ 43 หรือ MOU43 ปี 2543 ในการแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างกัน โดยวิธีนี้เน้นการเจรจาและการประนีประนอมเป็นหลัก เพื่อลดความตึงเครียดและเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน การลงทะเบียนเอกสารทั้งสองฝ่ายเข้าสู่วาระที่ 32 ของสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสและการรับรู้ในระดับนานาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหานี้ เอกสารประกอบด้วยหนังสือชี้แจงจากไทยและแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของรัฐบาล เพื่อให้สมาชิกสหประชาชาติรับทราบและติดตามความคืบหน้าอย่างชัดเจน ความร่วมมือภายใต้ MOU43 ถือเป็นกรอบข้อตกลงที่สำคัญ ซึ่งทั้งสองประเทศใช้มาต่อเนื่องเพื่อจัดการกับประเด็นเรื่องเขตแดนโดยไม่ต้องพึ่งพาศาลโลกซึ่งอาจทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มเติม และทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคแปรปรวนได้ การรักษากลไกเจรจาทวิภาคียังช่วยสร้างความมั่นใจว่าปัญหาจะถูกแก้ไขด้วยความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกัน ในมุมมองของชุมชนและผู้ติดตาม ข่าวนี้สร้างความเชื่อมั่นว่าไทยยึดมั่นในแนวทางการแก้ไขข้อพิพาทอย่างมีเหตุผลและสันติภาพ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการรักษาความมั่นคงชายแดนและความสงบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ ผู้สนใจควรติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดผ่านช่องทางทางการและสื่อที่เชื่อถือได้ เพื่อรับข้อมูลที่อัพเดตและมีความน่าเชื่อถือ














