ฮุน เซน เดือด! เทียบคำพูดแพทองธาร ดูหมิ่นแม่ทัพภาค 2 รุนแรงเท่าหมิ่นพระมหากษัตริย์ไทย

Fresh News สื่อกัมพูชา รายงานว่า สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยืนยันไม่ยอมให้ชาวต่างชาติคนใดดูหมิ่นกองทัพหรือผู้นำกองทัพกัมพูชา พร้อมพาดพิงคำพูดของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย ที่วิจารณ์แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยว่าเข้าข่ายดูหมิ่นสถาบัน เพราะตำแหน่งนี้เป็นผู้ที่ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ไทย ฮุน เซน ย้ำถือเป็นเรื่องร้ายแรง และกัมพูชาจะไม่ยอมให้ใครล้ำเส้นเกียรติภูมิผู้นำทหาร

#ข่าวกัมพูชา #cambodia #cambodianews #สมเด็จฮุนเซน #นายกรัฐมนตรี #แพทองธารชินวัตร #ไทยกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา🇹🇭🇰🇭 #ดราม่ากัมพูชา #ดราม่า #ดราม่าวันนี้ #ดราม่ารายวัน #ข่าวtiktok #ข่าวtiktoknews #tiktoknews #tiktokเล่าข่าว #เล่าข่าวtiktok #ข่าววันนี้ #ข่าว #ข่าวล่าสุด

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ที่ ฮุน เซน ผู้นำกัมพูชาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำพูดของแพทองธาร ชินวัตร ที่วิจารณ์แม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยนั้น ถือเป็นเรื่องที่สะท้อนความตึงเครียดระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาในมิติของความสัมพันธ์ทางการเมืองและการทูต ฮุน เซน ย้ำว่าตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นตำแหน่งที่ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งจากพระมหากษัตริย์ไทย และการดูหมิ่นตำแหน่งนี้เท่ากับการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยที่มีความสำคัญอย่างสูง ส่งผลต่อความรู้สึกของทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนผู้ที่มีจิตใจรักชาติ ในมุมมองของกฎหมายไทย คำพูดหรือการกระทำที่ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์และผู้นำทหารอาจเข้าข่ายผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่เข้มงวดและมีบทลงโทษรุนแรงสำหรับผู้ที่ละเมิดสถาบันฯ ดังนั้น คำวิจารณ์ที่กำกวมหรือรุนแรงต่อผู้นำทหารสามารถสร้างผลกระทบต่อบรรยากาศทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ นอกจากนี้ การที่ฮุน เซน ระบุว่ากัมพูชาจะไม่ยอมให้ใครล้ำเส้นเกียรติภูมิผู้นำทหาร เป็นการเน้นย้ำถึงความเข้มแข็งของกองทัพกัมพูชาและสภาพความสัมพันธ์ที่เปราะบางกับประเทศไทย โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับชายแดนไทย-กัมพูชา และภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ เมื่อพิจารณาภาพใหญ่ ความขัดแย้งด้านการเมืองและประเด็นดราม่าต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคำพูดของบุคคลสาธารณะ เช่น แพทองธาร ชินวัตร สามารถส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนในสองประเทศและยังอาจเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคได้ สำหรับประชาชนทั่วไป ควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่มีการอ้างคำพูดที่อาจเป็นการบิดเบือนหรือปั่นหัวข้อมูล เช่น ข้อความที่กล่าวถึง "นายกฯอิ๊งค์" ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มความขัดแย้งและความเข้าใจผิดระหว่างประเทศ คำแนะนำที่เหมาะสมคือ การติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและป้องกันการเกิดดราม่าที่ไม่จำเป็นในสังคม โดยสรุป ประเด็นนี้สะท้อนถึงความสำคัญของการเคารพในผู้นำทหารและสถาบันของแต่ละประเทศ การแสดงความเห็นที่ไม่ระมัดระวังอาจสร้างผลเสียทั้งในระดับชาติและระหว่างประเทศได้อย่างมาก