รพ.ตราดแจงชัด! ไม่เคยปฏิเสธรักษาแม่-ทารกกัมพูชา ยันทุกขั้นตอนตามหลักมนุษยธรรม
โรงพยาบาลตราดออกแถลงการณ์ 3 ภาษา ไทย-กัมพูชา-อังกฤษ แจงกรณีหญิงชาวกัมพูชาคลอดลูกแล้วขอกลับประเทศทันทีเพราะไม่มีเงิน พร้อมไม่ต้องการทารกและพยายามหนีออกจากโรงพยาบาล ยืนยันไม่ได้ปฏิเสธรักษา ทุกขั้นตอนมีทีมแพทย์-พยาบาลดูแลใกล้ชิด ประสาน รพ.เกาะกง รับช่วงดูแลต่อ พร้อมย้ำทำตามหลักวิชาชีพ-กฎหมาย-มนุษยธรรมอย่างเคร่งครัด ขอประชาช นอย่าหลงเชื่อข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริง
#โรงพยาบาลตราด #สาวกัมพูชาทิ้งลูกกลับประเทศ #แรงงานกัมพูชา #ต่างด้าวกัมพูชา #กระทรวงสาธารณสุข #กระทรวงกลาโหม #สิทธิมนุษยชน #humanrights #มนุษยธรรม #ข่าวกัมพูชา #ข่าวชายแดน #cambodia #cambodianews #ชายแดนไทยกัมพูชา #กรมประชาสัมพันธ์ #ดราม่า #ดราม่าวันนี้ #ดราม่ารายวัน #ข่าวtiktok #ข่าวtiktoknews #tiktoknews #tiktokเล่าข่าว #เล่าข่าวtiktok #ข่าววันนี้ #ข่าว #ข่าวล่าสุด
กรณีดราม่าสาวกัมพูชาทิ้งลูกหลังคลอดและกลับประเทศทันทีเนื่องจากไม่มีเงินค่ารักษา สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างมาก โรงพยาบาลตราดได้ออกมาแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเพื่อตอบข้อสงสัยพร้อมยืนยันว่าทางโรงพยาบาลไม่ได้ปฏิเสธการรักษาแก่หญิงสาวชาวกัมพูชาและทารกแรกเกิดแต่อย่างใด แม้ผู้ป่วยไม่มีเงินชำระค่ารักษา ทั้งนี้ทีมแพทย์และพยาบาลได้ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดและอย่างมืออาชีพตั้งแต่เริ่มคลอดจนกระทั่งส่งต่อไปให้โรงพยาบาลเกาะกงในประเทศกัมพูชา เพื่อให้การรักษาต่อเนื่องและเหมาะสมตามหลักวิชาชีพกฎหมายและหลักมนุษยธรรม เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความท้าทายของระบบสาธารณสุขในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะกรณีแรงงานกัมพูชาที่เข้ามาทำงานในไทยแต่มีข้อจำกัดเรื่องสิทธิและความสามารถการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเต็มที่ โรงพยาบาลตราดได้เน้นย้ำว่าทุกขั้นตอนทำตามระเบียบและหลักการดูแลรักษา เพื่อปกป้องสิทธิและความเป็นมนุษย์ของผู้ป่วยทุกคน โดยไม่เลือกปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม เรื่องราวสะท้อนให้เห็นความจำเป็นที่รัฐบาลและหน่วยงานเกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการเข้าถึงบริการสุขภาพของแรงงานต่างด้าว รวมถึงการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม ทั้งในส่วนของสื่อและประชาชนทั่วไป เพื่อป้องกันการบิดเบือนข้อมูลและลดความตึงเครียดในประเด็นนี้ สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการจากโรงพยาบาลตราดและกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทั้งส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนและหลักมนุษยธรรม รวมถึงสนับสนุนการให้บริการสุขภาพที่เท่าเทียมสำหรับทุกคนในพื้นที่ชายแดนและทั่วประเทศ
