จับรถตู้ลอบขนแรงงานเมียนมา 17 คน จ่ายค่านายหน้า 8.5 หมื่นต่อหัว หวังไปประเทศที่สาม

พ.ต.ท.พงษ์ศิริ พิทักษ์ สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสงขลา สกัดจับรถตู้ลอบขนแรงงานเมียนมา 17 คน บนถนนสายเอเชีย ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ จ.สงขลา คนขับคือ นายชำนาญ อายุ 47 ปี รับว่ารับจ้างขนแรงงานจากกาญจนบุรีมา หาดใหญ่ ได้ค่าจ้างหัวละ 2,500 บาท ตำรวจขยายผลจับเพิ่ม นายอนุกูล อายุ 36 ปี ที่ขับกระบะมารอรับส่งต่อแรงงานไปชายแดน แรงงานทั้งหมดเผยจ่ายค่านายหน้าชาวเมียนมา-มาเลเซียคนละ 85,000 บาท เพื่อไปทำงานที่มาเลเซีย ถูกแจ้งข้อหาหลบหนีเข้าเมือง ส่วนคนไทย 2 รายถูกแจ้งข้อหาช่วยเหลือคนต่างด้าว

#ต่างด้าวเมียนมา #ต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง #จับแรงงานเถื่อน #จับต่างด้าว #กระทรวงแรงงาน #ตำรวจหาดใหญ่ #ข่าวตำรวจ #สตช #สํานักงานตำรวจแห่งชาติ #ข่าวสงขลา #ดราม่า #ดราม่ารายวัน #ดราม่าวันนี้ #ข่าวtiktok #ข่าวtiktoknews #tiktoknews #tiktokเล่าข่าว #เล่าข่าวtiktok #ข่าววันนี้ #ข่าว #ข่าวล่าสุด

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในกรณีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะแรงงานเมียนมาที่มีความหวังจะเดินทางไปทำงานในประเทศที่สาม เช่น มาเลเซีย พบว่าสถานการณ์นี้ยังคงเป็นปัญหาที่ท้าทายต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งในเรื่องของความปลอดภัยและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของแรงงานเหล่านี้ แรงงานเมียนมาที่ถูกลักลอบเข้าประเทศไทยส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายสูงโดยจ่ายค่านายหน้าสูงถึง 85,000 บาทต่อคน เพื่อให้ได้เดินทางไปยังประเทศที่สามอย่างถูกต้องตามกระบวนการที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงและถูกแสวงหาประโยชน์จากนายหน้า นอกจากนี้กระบวนการเดินทางผ่านเส้นทางลักลอบยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการประสบอุบัติเหตุหรือถูกละเมิดสิทธิในขณะเดินทาง สำหรับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคนเข้าเมืองและแรงงาน จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการในการตรวจสอบและจับกุมกลุ่มลักลอบขนแรงงาน รวมถึงให้ความรู้และให้บริการข้อมูลแก่แรงงานต่างด้าวด้านสิทธิและกฎหมายแรงงานอย่างชัดเจน เพื่อลดโอกาสที่แรงงานจะตกเป็นเหยื่อของนายหน้าที่ผิดกฎหมาย ในทางเดียวกันการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อควบคุมและป้องกันการลักลอบขนแรงงานอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญ เช่น การยกระดับความสัมพันธ์และการประสานงานระหว่างไทย เมียนมา และมาเลเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและป้องกันการลักลอบขนแรงงานข้ามประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาลักลอบขนแรงงานไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือกระทรวงแรงงานเท่านั้น แต่ต้องเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล ภาคเอกชนและประชาชนในการสร้างช่องทางการทำงานที่ถูกต้องและปลอดภัย รวมถึงสนับสนุนแรงงานต่างด้าวให้สามารถทำงานอย่างถูกกฎหมาย ลดโอกาสการถูกหลอกลวงและการเอารัดเอาเปรียบที่เกิดขึ้นบนเส้นทางลักลอบนี้