ไทยแถลงข่าว โต้กัมพูชา ชัด! JBC ไม่เคยหารือแผนที่ 1:200,000 – ปัดนำ 4 พื้นที่ขึ้นศาลโลก
การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ครั้งที่ 6 เมื่อ 14-15 มิ.ย. 2568 ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งมีนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานฝ่ายไทย และนายลำ เจีย รัฐมนตรีฝ่ายกิจการชายแดนกัมพูชา เป็นประธานฝ่ายกัมพูชา ได้ข้อสรุปความคืบหน้าด้านเทคนิค 4 ประเด็น รวมถึงการใช้เทคโนโลยี LiDAR สำรวจหลักเขต แต่ยืนยั นชัดว่าไม่เคยหารือการใช้แผนที่มาตราส่วน 1:200,000 หรือการยื่นข้อพิพาท 4 พื้นที่ต่อศาลโลก ICJ ตามที่กัมพูชาอ้าง ฝ่ายไทยแสดงความผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ใช้กลไก JBC แก้ปัญหาบนพื้นฐานของความเป็นมิตร พร้อมย้ำหลักยึด MOU 2543 ไม่รุกล้ำ ไม่ปลุกความขัดแย้ง และไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุม JBC ในเดือนกันยายนนี้
#แถลงข่าวjbc #แถลงjbcอย่างเป็นทางการ #ชายแดนไทยกัมพูชา #กระทรวงการต่างประเทศ #ชายแดนกัมพูชา #ประชุมjbc #cambodia #ข่าวกัมพูชา #cambodianews #ดราม่า #ดราม่าวันนี้ #ดราม่ารายวัน #ข่าวtiktok #ข่าวtiktoknews #tiktoknews #tiktokเล่าข่าว #เล่าข่าวtiktok #ข่าววันนี้ #ข่าว #ข่าวล่าสุด
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชาด้านเขตแดนได้มีความซับซ้อนและมีความละเอียดอ่อนที่ต้องการกลไกเจรจาร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติ การประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC จึงเป็นพื้นที่สำคัญที่จะเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างโปร่งใส โดยล่าสุดในการประชุมครั้งที่ 6 เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่กรุงพนมเปญ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันยืนยันว่าการหารือและการแก้ไขปัญหายังเน้นไปที่การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น LiDAR ซึ่งช่วยให้การสำรวจและการกำหนดหลักเขตเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น ซึ่งเป็นการพัฒนาที่สำคัญต่อการแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างมานาน เรื่องแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 ที่กัมพูชาระบุว่าเป็นแนวทางหารือนั้น ฝ่ายไทยได้ปฏิเสธอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่าปัจจุบันยังไม่มีการพบว่ามีการหยิบยกแผนที่ดังกล่าวมาหารือแต่อย่างใด ส่วนกรณีข้อพิพาท 4 พื้นที่ที่กัมพูชาอ้างว่าได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลก (ICJ) ฝ่ายไทยก็ได้ออกมายืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริงและไม่มีความเคลื่อนไหวในการดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้กลไก JBC ในการแก้ไขปัญหาบนพื้นฐานของความเป็นมิตร และหลีกเลี่ยงการใช้ช่องทางทางกฎหมายระหว่างประเทศ ที่อาจซับซ้อนและทำให้สถานการณ์ตรึงเครียดขึ้น นอกจากนี้ ไทยยังย้ำถึงความสำคัญของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ปี 2543 ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันว่าต้องไม่รุกล้ำพื้นที่ของกันและกัน และไม่ปลุกความขัดแย้งขึ้นใหม่ ซึ่งถือเป็นรากฐานในการรักษาความสงบและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองประเทศ มีรายงานว่าไทยเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุม JBC ครั้งต่อไปในเดือนกันยายนนี้ เพื่อสานต่อความร่วมมือและแก้ไขปัญหาเขตแดนอย่างสันติและยั่งยืน การประชุมครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของทั้งสองประเทศในการทำงานร่วมกันบนพื้นฐานของความไว้วางใจและความเคารพซึ่งกันและกัน โดยรวมแล้ว เหตุการณ์ล่าสุดนี้แสดงให้เห็นถึงการรักษาความสงบและการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชาในประเด็นชายแดนที่เคยเป็นประเด็นความขัดแย้งมาอย่างยาวนาน และยังแสดงให้เห็นว่าการใช้เทคโนโลยีและกลไกทางการทูตมีบทบาทสำคัญในการช่วยกันแก้ไขปัญหา โดยที่ทั้งสองฝ่ายต่างพยายามเดินหน้าสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนทั้งสองประเทศต่างเฝ้ารอคอยให้เกิดขึ้นอย่างมีสันติภาพและความมั่นคงในระยะยาว







































