ทบ. แจงปะทะบ้านหนองหญ้าแก้ว ใช้แก๊สน้ำตา-กระสุนยางคุมมวลชนกัมพูชา

วันนี้ (17 ก.ย.68) กองทัพบกเผยรายงานจากกองกำลังบูรพา หลังมีกลุ่มมวลชนกัมพูชาราว 200 คน มาชุมนุมประท้วงที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ระหว่างไทยวางลวดหีบเพลงเสริมความมั่นคงชายแดน ฝ่ายไทยพยายามเจรจาแต่ไม่เป็นผล จึงจำเป็นต้องใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และเครื่อง LRAD คุมสถานการณ์ ทำให้ผู้ชุมนุมถอยห่างออกไป ขณะเดียวกันฝ่ายกัมพูชายังขว้างหิน ท่อนไม้ ยิงหนังสติ๊กใส่เจ้าหน้าที่จนมีผู้บาดเจ็บ ล่าสุดไทยยังเดินหน้าวางลวดหนามและเฝ้าระวังใกล้ชิด

#ข่าวtiktok #ข่าวกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #กระทรวงกลาโหม #ข่าวชายแดน

2025/9/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ปะทะที่บ้านหนองหญ้าแก้วในวันที่ 17 กันยายน 2568 เป็นหนึ่งในสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งมีชาวกัมพูชาราว 200 คนรวมตัวประท้วงและขัดขวางการวางลวดหนามโดยกองทัพบกไทยเพื่อเพิ่มความมั่นคงบริเวณชายแดน โดยกองกำลังไทยได้พยายามเจรจากับมวลชนอย่างสงบ แต่ไม่ได้ผล จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการควบคุมสถานการณ์ด้วยแก๊สน้ำตา กระสุนยาง และเครื่องส่งสัญญาณเสียงกำลังสูง LRAD ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการควบคุมฝูงชนและป้องกันการปะทะ การใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางเป็นวิธีที่เลือกใช้เพื่อควบคุมฝูงชนอย่างมีประสิทธิภาพแต่ลดความรุนแรงและลดโอกาสเกิดบาดเจ็บสาหัส ขณะเดียวกันฝ่ายมวลชนกัมพูชายังขว้างหิน ท่อนไม้ และยิงหนังสติ๊กใส่เจ้าหน้าที่ จนทำให้เจ้าหน้าที่มีผู้บาดเจ็บบางส่วน เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนของความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีแนวโน้มตึงเครียดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการเสริมความมั่นคงชายแดนอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ การใช้เครื่อง LRAD แสดงถึงการเพิ่มระดับของเทคโนโลยีในการควบคุมฝูงชน เพื่อป้องกันสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย โดยเครื่องนี้สามารถส่งเสียงความเข้มสูงเพื่อสั่งการหรือกระตุ้นให้ผู้ชุมนุมถอยออกจากพื้นที่ ซึ่งช่วยลดความจำเป็นต้องใช้ความรุนแรงทางกายภาพต่อผู้ชุมนมในสภาพการณ์ที่ซับซ้อนเช่นนี้ การวางลวดหนามเสริมความมั่นคงเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลักลอบข้ามชายแดนผิดกฎหมาย และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดน อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ที่บ้านหนองหญ้าแก้วยังแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการเจรจาและการใช้มาตรการที่รอบคอบเพื่อป้องกันการปะทุของความรุนแรงระหว่างสองชาติ ประชาชนและผู้ติดตามข่าวสารสามารถติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อเข้าใจบริบทและความเคลื่อนไหวของเหตุการณ์ รวมถึงผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและความมั่นคงชายแดนในระยะยาว