ผบ.ตร. ห่วงกำลังพลเหตุปะทะชายแดน ย้ำตำรวจคุมสถานการณ์ตามหลักสากล

วันนี้ (18 ก.ย. 68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง โฆษก ตร. เผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ห่วงใยและกำชับดูแลสิทธิ-สวัสดิการเจ้าหน้าที่ หลังเหตุปะทะที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว เมื่อมวลชนกัมพูชากว่า 200 คน รุกล้ำเข้ามาขัดขวางและทำลายสิ่งของเจ้าหน้าที่จนมีตำรวจบาดเจ็บ 4 นาย เจ้าหน้าที่ไทยจึงจำเป็นต้องใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และเครื่อง LRAD ผลักดันควบคุมสถานการณ์ ยืนยันการปฏิบัติเป็นไปตามหลักสากลและเหมาะสมกับสถานการณ์ ขณะที่ชายแดนยังคงเสริมความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง

#ข่าวtiktok #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวสระแก้ว #ข่าวชายแดน

2025/9/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยและมวลชนชาวกัมพูชา ณ พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาความมั่นคงริมชายแดนที่สำคัญอย่างมากในภูมิภาคนี้ โดยในเหตุการณ์ดังกล่าว มวลชนชาวกัมพูชากว่า 200 คนพยายามรุกล้ำเข้ามาขัดขวางและทำลายทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ จนส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไทยได้ตอบโต้ด้วยการใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และเครื่องมือเสียง LRAD ซึ่งถือเป็นมาตรการควบคุมฝูงชนที่เป็นไปตามหลักสากลและเหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนั้น การยืนยันปฏิบัติการตามหลักสากลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยรักษาภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ในการจัดการเหตุการณ์ความสับสนวุ่นวาย และลดความเสี่ยงเรื่องสิทธิมนุษยชน ในขณะที่ยังสามารถรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดนอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังให้ความสำคัญต่อการดูแลสิทธิและสวัสดิการของกำลังพล เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความมั่นใจในการทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาติที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องบริหารจัดการด้วยความละเอียดอ่อนและรอบคอบ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับเรื่องของอธิปไตยและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การควบคุมสถานการณ์ในลักษณะนี้จึงต้องอาศัยองค์ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายระหว่างประเทศ การรักษาสิทธิมนุษยชน รวมถึงการประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานท้องถิ่น นอกจากมาตรการด้านความมั่นคงแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเสริมสร้างการสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับชุมชนท้องถิ่นและมวลชนที่อยู่ใกล้เคียงชายแดน เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีก ในระยะยาว การเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อนบ้านและกระบวนการทางการทูตถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาการรุกล้ำและข้อขัดแย้งที่อาจบานปลายได้ ดังนั้น การเสริมสร้างความมั่นคงชายแดนอย่างต่อเนื่องและการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเพิ่มขึ้น จึงเป็นภารกิจหลักของเจ้าหน้าที่ตำรวจและภาครัฐ เพื่อตอบสนองความคาดหวังของประชาชนในการรักษาความสงบเรียบร้อย พร้อมทั้งส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยในฐานะประเทศที่ปฏิบัติตามกฎหมายและหลักสากลในการดูแลชายแดนอย่างเข้มแข็งและเป็นธรรม