สทนช. ย้ำยังไม่เพิ่มการระบายน้ำเขื่อนใหญ่ หวังลดผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำ

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เผยจากฝนตกหนักทำให้หลายพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาท่วม แต่ยืนยันยังคงอัตราระบายน้ำเขื่อนภูมิพลวันละ 10 ล้าน ลบ.ม. และท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 2,200 ลบ.ม./วินาที เพื่อไม่ให้ท่วมซ้ำ ขณะนี้เขื่อนหลักทั้งภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อย และป่าสัก มีน้ำสะสม 70-88% ของความจุ สทนช. เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ผลักดันน้ำ กำจัดผักตบ และเตรียมหารือทุกหน่วย 19 ก.ย. เพื่อบริหารจัดการน้ำให้ได้ผลที่สุด

#ข่าวtiktok #ข่าวเตือนภัย #การระบายน้ำ #เขื่อนใหญ่ #กรมชลประทาน

2025/9/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในสถานการณ์ฝนตกหนักที่ส่งผลให้น้ำในเขื่อนหลักหลายแห่ง เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อย และเขื่อนป่าสัก มีปริมาณน้ำสะสมสูงถึง 70-88% ของความจุเต็มเขื่อน การบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุมจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ และป้องกันปัญหาน้ำท่วมซ้ำซ้อน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ดำเนินการยืนยันที่จะไม่เพิ่มอัตราการระบายน้ำจากเขื่อนใหญ่ในขณะนี้ โดยยังคงอัตราระบายน้ำของเขื่อนภูมิพลที่วันละ 10 ล้าน ลบ.ม. และท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ 2,200 ลบ.ม./วินาที เพื่อรักษาสมดุลของน้ำในระบบและลดความเสี่ยงผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรมในแนวท้ายน้ำ นอกจากนี้ สทนช. ยังเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อช่วยในการบริหารจัดการน้ำ ผลักดันน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลอ่าวไทยอย่างมีประสิทธิภาพ และกำจัดผักตบชวาที่อาจกีดขวางทางน้ำ ลดการสะสมของตะกอนและสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน การบริหารจัดการน้ำครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน รวมถึงกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชุมและหารือในวันที่ 19 กันยายน 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อวางแผนและบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดผลกระทบต่อประชาชนและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน สำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ควรติดตามข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที