ฝ่ายมั่นคงไล่ล่าแก๊งชุดดำ ปล้นรถก่อนบุกชิงทองกลางห้างบิ๊กซี สุไหงโก-ลก
เกิดเหตุคนร้ายแต่งชุดดำพร้อมอาวุธครบมือ บุกปล้นรถกระบะ 2 คันจากบ้านเลขที่ 277 หมู่ 4 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 ต.ค. ก่อนนำรถไปใช้ก่อเหตุปล้นร้านทอง “เยาวราชกรุงเทพ” ภายในบิ๊กซี สุไหงโก-ลก ได้ทองคำมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท แล้วหลบหนีไป หน่วยความมั่นคงสั่งตั้งด่านสกัดทุกเส้นทาง พร้อมเผยแพร่ภาพและทะเบียนรถ Isuzu D-Max สีบรอนซ ์เงิน กค 6521 นราธิวาส และ Toyota Vigo สีเทา บท 7187 ปัตตานี ขอประชาชนแจ้งเบาะแสได้ที่ 1341 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง
#ข่าวtiktok #ข่าวนราธิวาส #ชายแดนใต้ #กระทรวงกลาโหม #กระทรวงมหาดไทย
เหตุการณ์ปล้นทองครั้งนี้เกิดขึ้นในห้างบิ๊กซี สุไหงโก-ลก เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม โดยกลุ่มคนร้ายแต่งชุดดำและพร้อมอาวุธครบมือได้ปล้นรถกระบะทั้งสองคัน คือ Isuzu D-Max สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กค 6521 นราธิวาส และ Toyota Vigo สีเทา ทะเบียน บท 7187 ปัตตานี จากบ้านเลขที่ 277 หมู่ 4 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จากนั้นนำรถไปใช้ก่อเหตุปล้นร้านทอง “เยาวราชกรุงเทพ” ภายในห้าง โดยได้ทองคำมูลค่ากว่า 5 ล้านบาทก่อนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว หน่วยงานด้านความมั่นคงของรัฐได้ออกคำสั่งให้ตั้งด่านตรวจค้นสกัดกั้นทุกเส้นทางในพื้นที่ชายแดนใต้เพื่อเร่งติดตามจับกุมโจรกลุ่มนี้ อีกทั้งได้มีการเผยแพร่ภาพหลักฐานและทะเบียนรถทั้งสองคันเพื่อขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ที่อาจพบเห็นหรือมีเบาะแสในการติดตามจับกุมตัวมาแจ้งผ่านหมายเลขสายด่วน 1341 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการเพิ่มความเข้มงวด และความร่วมมือของประชาชนในการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีกลุ่มคนร้ายที่อาจก่อเหตุรุนแรง ใช้รถกระบะเป็นพาหนะในการกระทำผิดเพื่อหลบหนีอย่างรวดเร็ว การแจ้งเบาะแสอย่างทันท่วงทีจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายสกัดกั้นไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น เหตุการณ์นี้ยังเป็นการเตือนภัยให้ผู้ค้าทองและประชาชนทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียที่มีมูลค่าสูงเช่นนี้ได้อีกในอนาคต พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยในร้านค้าและพื้นที่สาธารณะในทุกจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ชายแดนใต้ การสืบสวนและติดตามกลุ่มโจรชุดดำครั้งนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้มีเหตุการณ์ซ้ำรอย และเพิ่มความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น จึงขอเชิญชวนประชาชนที่มีข้อมูลหรือพบเจอรถต้องสงสัยตามทะเบียนที่แจ้งให้แจ้งเบาะแสโดยด่วน เพื่อความปลอดภัยและความสงบสุขของชุมชนในพื้นที่ชายแดนใต้






