“เพื่อไทย” ยกเครื่องใหญ่! “แพทองธาร” ลั่น พรรคไม่ตาย ตั้ง “สุริยะ” คุมศึกเลือกตั้ง

พรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. 185 คน “แพทองธาร ชินวัตร” หัวหน้าพรรค กล่าวปาฐกถา “ยกเครื่องเพื่อไทย ยกเครื่องประเทศไทย” ยืนยันไม่เชื่อว่าพรรคใกล้สูญพันธุ์ แม้ผู้ก่อตั้งต้องถูกจองจำ พร้อมปรับโครงสร้างพรรคใหม่ 4 เสาหลัก เสริมทีมที่ปรึกษาและนโยบายให้ทันยุค ตั้ง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” นั่งผอ.เลือกตั้ง เตรียมพร้อมสู้ศึกไม่ว่าจะเลือกตั้งอีก 2 หรือ 4 เดือน ลั่นเสียดายไม่ได้เป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่มั่นใจ “3 ชื่อแห่งความหวัง” จะพร้อมเปิดตัวในเวลาที่เหมาะสม

#พรรคเพื่อไทย #ข่าวtiktok #เลือกตั้ง69 #ข่าวการเมือง #แพทองธารชินวัตร

2025/10/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมพรรคเพื่อไทยได้ทำการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง การเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. จำนวน 185 คนทั่วประเทศ ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าพรรคไม่ได้มีแค่การรักษาฐานเสียงเท่านั้น แต่มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมีพลังและมีทิศทางที่ชัดเจน หัวหน้าพรรค แพทองธาร ชินวัตร ได้กล่าวในปาฐกถาว่าแม้ผู้ก่อตั้งพรรคจะอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกจองจำ พรรคก็ยังไม่ตายและพร้อมจะฟื้นตัวอย่างเข้มแข็ง ด้วยการตั้ง 4 เสาหลักและเพิ่มทีมที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญตามสถานการณ์และยุคสมัยใหม่ ซึ่งการนี้ทำให้พรรคสามารถนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนยุคนี้ได้มากขึ้น การแต่งตั้ง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้ง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้พรรคมีความพร้อมในเชิงกลยุทธ์ และสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การเมืองที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ การเตรียมตัวของพรรคยังแสดงถึงความมั่นใจที่จะสู้ศึกเลือกตั้งอย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในอีก 2 หรือ 4 เดือนข้างหน้า นอกจากนี้ แพทองธารยังได้กล่าวถึงการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีว่า แม้ตัวเองจะไม่ได้ลงสมัครในตำแหน่งนี้ แต่มั่นใจว่าในเวลาที่เหมาะสม พรรคจะสามารถเปิดตัว “3 ชื่อแห่งความหวัง” ซึ่งเป็นบุคคลที่มีศักยภาพสูงและเป็นที่ยอมรับในสังคมไทย เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของประชาชนอีกด้วย สรุปได้ว่าการยกระดับพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคอย่างเดียว แต่ยังเป็นการส่งข้อความถึงสังคมว่าพรรคยังคงแข็งแกร่งและพร้อมเข้าร่วมแข่งขันในเวทีการเมืองอย่างเต็มที่ พร้อมชูนโยบายใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการของประชาชนในยุคปัจจุบัน นี่คือก้าวสำคัญในการยกเครื่องประเทศไทยให้สอดรับกับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว