พายุถล่มนครพนม เรือไฟยักษ์สูงเท่าตึก 20 ชั้น ล้มพังขวางถนน จนท.ปิดการจราจร-เร่งเก็บกู้

เกิดพายุฝนลมแรงพัดถล่มริมแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม ทำให้เรือไฟยักษ์สูงเท่าตึก 20 ชั้น ล้มขวางถนนสวรรค์ชายโขงเมื่อคืนวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา ว่าที่ร้อยตรีรวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเร่งเก็บกู้พื้นที่ ล่าสุดคืนพื้นผิวจราจรได้แล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังปิดถนนชั่วคราวเพื่อเก็บเศษลวดและตะปู จังหวัดขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันคืนความปลอดภัยให้ถนนสวรรค์ชายโขงโดยเร็ว

#ข่าวtiktok #พายุถล่ม #ข่าวนครพนม #ไหลเรือไฟนครพนม #กระทรวงมหาดไทย

2025/10/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในช่วงเวลาที่พายุฝนลมแรงพัดถล่มริมแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม เหตุการณ์เรือไฟยักษ์สูงเท่าตึก 20 ชั้นล้มขวางถนนริมแม่น้ำโขงนั้น สะท้อนถึงความรุนแรงของพายุและผลกระทบต่อการสัญจรในพื้นที่อย่างมาก โดยเรือไฟซึ่งเป็นเรือโดยสารหรือเรือท่องเที่ยวที่มีขนาดใหญ่ สามารถสูงได้ถึง 20 ชั้น ถือเป็นเรือไฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดจำพวกหนึ่งในไทย ทำให้เมื่อล้มลงส่งผลทำให้ถนนสัญจรหลักขาดการเชื่อมต่อและต้องปิดการจราจรชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ว่าที่ร้อยตรีรวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ ได้เร่งดำเนินการเก็บกู้และทำความสะอาดพื้นที่ รวมถึงเก็บเศษลวดและตะปูที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ถนน เพื่อเร่งคืนสภาพถนนสวรรค์ชายโขงให้ใช้ได้เร็วที่สุด โดยในเวลารวดเร็วกว่า 80% ของผิวจราจรถูกคืนสภาพให้อยู่ในสภาพปลอดภัยแล้ว เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น ที่มีความพร้อมและความสามารถในการรับมือเหตุฉุกเฉิน รวมถึงการจัดการภัยธรรมชาติในเขตเมืองที่มีความสำคัญ นครพนมซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดพายุและน้ำท่วม จึงจำเป็นที่จะต้องมีแผนการป้องกันและตอบโต้เหตุการณ์อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับประชาชนและผู้ใช้ถนนในพื้นที่ ควรติดตามข้อมูลอัปเดตข่าวสารจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบจากสภาพอากาศสุดโต่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การสำรองอาหาร น้ำดื่ม หรือสิ่งจำเป็นต่างๆ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ถนนบริเวณที่ได้รับผลกระทบจนกว่าจะมีการประกาศปลอดภัย เหตุการณ์นี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐและชุมชนจะได้พัฒนาระบบเตือนภัยและแผนรับมือภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพื่อช่วยลดความเสียหายและอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่ริมแม่น้ำโขงอย่างยั่งยืน