“กัน จอมพลัง” โต้กลับ “อังคณา” ปมเปิดเสียงผี ลั่นเก่งแต่กับคนไทย โลกสวยเกินไปก็ไม่ได้ผล
นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” ตอบโต้ นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา กรณีวิจารณ์การเปิดเสียง “ผี” บริเวณชายแดนบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว บอกนักสิทธิเก่งแต่กับคนไทย ไม่เห็นพูดเรื่องคนเขมรที่อุ้มเด็กมายืนหน้าแนวชายแดน ย้ำโลกสวยเกินไปก็ไม่ได้ผล ตอนนี้คนไทยหมดความอดทนแล้ว และยืนยันเดินหน้าลุ ยต่อเดือนหน้า ชี้การเปิดเพลงแค่ 2 วัน เขมรพล่านมากกว่าส่งหนังสือ 40 ปีที่ผ่านมา เชื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนวิธีให้เขมรเป็นฝ่ายร่อนกระดาษหาไทยบ้าง
#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวสระแก้ว #ทหารไทย #กระทรวงกลาโหม
ในประเด็นเรื่องการเปิดเสียงผีที่ชายแดนบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับกัมพูชา การกระทำดังกล่าวนำมาซึ่งการถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคม ลักษณะของเสียงผีหรือเสียงเพลงที่ถูกเปิดออกมาไม่เพียงแต่มีบทบาทในเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกของทั้งสองประเทศ นายกัณฐัศว์ หรือ กัน จอมพลัง ได้ให้ความเห็นว่า วิธีการเปิดเสียงเพลงเพียง 2 วันกลับสร้างความตื่นตัวและความไม่สบายใจให้กับฝ่ายกัมพูชามากกว่าการส่งหนังสือร้องเรียนหรือการเจรจาที่ทำมาเป็นเวลากว่า 40 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบางครั้งวิธีการที่ดูเรียบง่ายหรือไม่เป็นทางการ สามารถมีผลเชิงจิตวิทยาต่อสถานการณ์ทางชายแดนได้ดีกว่าการใช้วิธีการดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม การใช้วิธีแบบนี้ก็ได้รับความเห็นที่หลากหลาย โดยฝ่ายที่ตั้งคำถามเน้นถึงความเหมาะสมและผลกระทบระยะยาวต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แต่ข้อโต้แย้งของกัน จอมพลัง คือ การที่บางกลุ่มนักสิทธิหรือฝ่ายที่เห็นต่าง มักจะเน้นการวิพากษ์เฉพาะในแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับคนไทยเท่านั้น โดยไม่สนใจถึงสถานการณ์หรือพฤติกรรมของคนฝั่งกัมพูชา ที่มีการเคลื่อนไหวต่าง ๆ เช่น การอุ้มเด็กมายืนหน้าแนวชายแดน ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกรับรู้และกลายเป็นปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนด้วย ประเด็นเรื่องเสียงผีจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของเสียงหรือวัฒนธรรม แต่มันสะท้อนภาพรวมของความท้าทายในการบริหารชายแดนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงความอดทนและความพยายามที่จะหาวิธีใหม่ ๆ ในการทำให้เกิดความสมดุลระหว่างความมั่นคงและสันติภาพ ในบริบทนี้ ความคิดเห็นของกัน จอมพลัง ที่กล่าวว่า "โลกสวยเกินไปก็ไม่ได้ผล" ยังเป็นคำเตือนให้เราเห็นว่าการปฏิบัติต่อปัญหาซับซ้อนในชีวิตจริงนั้นจำเป็นต้องมีความเป็นจริงและกลยุทธ์ที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่ทฤษฎีหรือความคิดเชิงบวกเพียงอย่างเดียว ซึ่งความขัดแย้งที่ชายแดนไทย-กัมพูชาจึงต้องการทั้งความเข้าใจเชิงลึกและการแก้ไขที่รอบคอบ สุดท้ายนี้ เหตุการณ์นี้ยังเป็นตัวอย่างของความสำคัญในการมีบทสนทนาและการประนอมในประเด็นความมั่นคงชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งลุกลามและเกิดผลกระทบทางสังคมที่กว้างขึ้นในพื้นที่ไทย-กัมพูชาอีกด้วย





