โดม ปกรณ์ ลัม เล่าเห็นกับตา “ตึกสแกมเมอร์” ในเขมร ยันกลัวจนไม่กล้าต่อไวไฟโรงแรม
โดม ปกรณ์ ลัม นักร้อง–นักแสดงชื่อดัง โพสต์เล่าประสบการณ์ไปทำงานที่พนมเปญและปอยเปต เห็นตึกสแกมเมอร์ด้วยตาตัวเองจนไม่กล้าต่อไวไฟโรงแรม กลัวถูกแฮ็กข้อมูลหรือถูกลักพาตัว บอกเมืองเหล่านี้ขับเคลื่อนด้วยเงินจากขบวนการสแกมเมอร์ พร้อมฝากถึงนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เร่งจับมือประเทศต่างๆ ปราบขบวนการนี้ให้สิ้นซาก เ พราะสร้างความเสียหายต่อโลกอย่างมหาศาล
#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยกัมพูชา #แก๊งคอลเซ็นเตอร์ #อาชญากรรมออนไลน์ #ข่าวเตือนภัย
ในยุคที่อาชญากรรมออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์กำลังระบาดอย่างรุนแรงในโลกยุคดิจิทัล รู้หรือไม่ว่าธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ยังมีสถานที่ตั้งชัดเจนอย่างที่เรียกว่า "ตึกสแกมเมอร์" โดยเฉพาะในบางพื้นที่รอบชายแดน เช่น พนมเปญและปอยเปตในประเทศกัมพูชา ที่เป็นสถานที่ทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ ความรู้สึกที่โดม ปกรณ์ ลัมได้แชร์นั้น ถือเป็นประสบการณ์จริงที่สะท้อนถึงความน่ากลัวของธุรกิจสแกมเมอร์ ที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวและชีวิตของผู้มาเยือน แม้แต่นักแสดงคนดังยังกลัวจนไม่กล้าต่อไวไฟของโรงแรม เพราะกลัวถูกแฮ็กข้อมูลหรือถูกลักพาตัว นี่จึงไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางหรือทำงานในพื้นที่นี้ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาตึกสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายประเทศ โดยเฉพาะการบูรณาการความร่วมมือระดับภูมิภาค เพื่อปิดช่องโหว่และลดโอกาสที่แก๊งอาชญากรรมเหล่านี้จะลักลอบดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัญหานี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของแต่ละประเทศ แต่ยังสร้างความเสียหายต่อสังคมและความเชื่อมั่นของประชาชนในยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นสิ่งสำคัญ การส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกและแนวทางป้องกันภัยไซเบอร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นควบคู่ไปกับมาตรการกฎหมาย อย่างไรก็ตาม การรับรู้และเผยแพร่ข้อมูลเช่นนี้จากบุคคลมีชื่อเสียง จะช่วยกระตุ้นให้สาธารณชนและทางการหันมาให้ความสนใจและเร่งดำเนินมาตรการที่เข้มงวดขึ้น ป้องกันไม่ให้ขบวนการสแกมเมอร์สร้างความเสียหายต่อโลกออนไลน์และความปลอดภัยของประชาชนในอนาคต





















































