ทีมเกาหลีบุกฐาน “ปรินซ์กรุ๊ป” สแกมเมอร์กัมพูชา แต่ไหวตัวหนีทันก่อนถึงที่เกิดเหตุ

คิม จีอา รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศเกาหลีใต้ นำทีมเจ้าหน้าที่บุกตรวจฐานปฏิบัติการ “ไท่จื่อ” จังหวัดตาแก้ว ประเทศกัมพูชา ฐานสแกมเมอร์ใหญ่ของกลุ่ม Prince Group ที่ถูกสหรัฐ–อังกฤษคว่ำบาตร แต่ไม่พบผู้ต้องสงสัยเพราะหลบหนีก่อน ตำรวจคาดได้ข่าวจากคนใน ทีมเกาหลีชี้ต้องเร่งช่วยเหยื่อก่อนถูกย้ายฐานไปเมียนมาหรือปอยเปต หากช้ากว่านี้จะช่วยคนที่ถูกล่อลวงได้ยากขึ้นมาก

#ข่าวtiktok #ข่าวเกาหลีใต้ #สแกมเมอร์ #อาชญากรรมออนไลน์ #ข่าวกัมพูชา

2025/10/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมทีมเจ้าหน้าที่จากเกาหลีใต้ได้ลงพื้นที่ตรวจค้นฐานปฏิบัติการของกลุ่มสแกมเมอร์ Prince Group ในจังหวัดตาแก้ว ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานใหญ่ที่ถูกสหรัฐและอังกฤษประกาศคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการในช่วงที่ผ่านมา ความพยายามครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยับยั้งเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ที่ล่อลวงและหลอกลวงผู้คนในหลายประเทศ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่พบผู้ต้องสงสัยในที่เกิดเหตุ เนื่องจากกลุ่มคนร้ายไหวตัวทันและหลบหนีไปก่อนหน้านี้ โดยเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าได้รับข่าวสารล่วงหน้าจากแหล่งข่าวภายใน นี่แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและเครือข่ายที่แน่นแฟ้นของกลุ่มนี้ ทำให้การปราบปรามเป็นเรื่องท้าทายยิ่งขึ้น จากข้อมูลของฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้เตือนว่าหากไม่สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ทันเวลา เหยื่อที่ถูกล่อลวงจะถูกเคลื่อนย้ายฐานปฏิบัติการไปยังเมียนมา หรือเขตปอยเปต ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึงและตรวจสอบ ทำให้การช่วยเหลือและป้องกันเหยื่อมีความซับซ้อนและล่าช้าเพิ่มขึ้น กลุ่ม Prince Group นั้นมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การหลอกลวงทางการเงิน การล่อลวงไปทำงาน หรือแสวงหาผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมายจากเหยื่อ การคว่ำบาตรจากสหรัฐและอังกฤษแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงและอันตรายของกลุ่มนี้ต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์และประชาชนทั่วไป ในแง่ของการป้องกันและให้ความรู้แก่ประชาชน เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย รวมถึงพลเมืองทั่วไป มีความระมัดระวังและติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแจ้งเหตุหากพบลักษณะการหลอกลวงหรือล่อลวงทางออนไลน์ เพื่อช่วยกันสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสรุป การบุกตรวจสอบฐานปฏิบัติการสแกมเมอร์ Prince Group แม้จะไม่พบตัวผู้ต้องสงสัยในครั้งนี้ แต่เป็นก้าวสำคัญของเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้และพันธมิตรในการต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติที่ซับซ้อนและกว้างขวาง เพื่อปกป้องเหยื่อและความปลอดภัยของประชาชนในภูมิภาค