“มิน อ่อง หล่าย” รับจัดเลือกตั้งทั่วเมียนมาไม่ได้ เหตุสงครามกลางเมืองยังยืดเยื้อ

พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ยอมรับต่อสาธารณะว่า ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ครบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพราะสถานการณ์สู้รบยังไม่สงบ แต่จะจัดเลือกตั้งซ่อมภายหลังตั้งรัฐบาลใหม่ รายงานระบุว่ากองทัพสามารถจัดทำทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้เพียง 145 เขต จากทั้งหมด 330 เขต สะท้อนข้อจำกัดการควบคุมพื้นที่ โดยคาดว่าการเลือกตั้งจะเริ่มปลายเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังรัฐประหาร

#ข่าวtiktok #ข่าวเมียนมา #ข่าวกะเหรี่ยง #เลือกตั้งเมียนมา #ข่าวต่างประเทศ

2025/10/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากสถานการณ์ความขัดแย้งในเมียนมา ทำให้การเลือกตั้งทั่วประเทศเป็นไปได้ยาก เนื่องจากสงครามกลางเมืองที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลต่อการควบคุมและบริหารพื้นที่ในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีการปะทะระหว่างกองทัพรัฐบาลกับกลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มต่อต้านรัฐ การทำทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งจึงถูกจำกัดอยู่ที่เพียง 145 เขต จากทั้งหมด 330 เขตทั่วประเทศ การเลือกตั้งในเมียนมาครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกหลังรัฐประหาร ซึ่งหลายฝ่ายจับตาถึงความชอบธรรมและความโปร่งใส เนื่องจากกองทัพยังครองอำนาจและสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่เสถียร การจัดการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ที่ยังไม่พร้อมจึงถูกวางแผนไว้ในอนาคตหลังจากที่กองทัพได้ตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว ข้อมูลจากภาพ OCR และรายงานข่าวยืนยันว่า มิน อ่อง หล่าย ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า เมียนมาจะไม่สามารถจัดเลือกตั้งได้ครบทุกพื้นที่ ด้วยสาเหตุหลักมาจากข้อจำกัดเรื่องความมั่นคงและสถานการณ์สงคราม นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ที่มีความตึงเครียดสูง รวมถึงการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในบางภูมิภาค ในด้านของประชาคมโลก หลายประเทศได้แสดงความกังวลและเรียกร้องให้เมียนมาหาทางออกที่สันติภาพเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งอย่างเสรีและเที่ยงธรรม การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและสงครามกลางเมืองจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่จะส่งผลต่อความสำเร็จของการเลือกตั้งและเสถียรภาพทางการเมืองในอนาคตของเมียนมา ภาพรวมของสถานการณ์สะท้อนให้เห็นว่าความไม่สงบทางการเมืองและสงครามกลางเมืองยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในเมียนมา และจำเป็นต้องได้รับความสนใจและการแก้ไขจากทุกภาคส่วนเพื่อสร้างสันติภาพและนำไปสู่การเลือกตั้งที่มีความชอบธรรมและครอบคลุมทั่วประเทศในอนาคต