นายกฯ พอใจ คนแห่ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” วันแรกคึกคัก เผยเตรียมเฟส 2 ไว้แล้ว!

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พอใจผลตอบรับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” หลังวันแรกมีประชาชนสนใจลงทะเบียนจำนวนมาก ย้ำโครงการนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยประชาชนซื้อของ 200 บาท จ่ายจริงแค่ 100 บาท และยังเปิดให้ลงทะเบียนได้อีกประมาณ 1 สัปดาห์ นายอนุทินเผย หากเฟสแรกเดินหน้าเรียบร้อยจะพิจารณาขยายต่อเนื่อง ด้านนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันเตรียมเฟส 2 ไว้แล้วเพื่อเดินหน้าต่อทันที

2025/10/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมโครงการคนละครึ่งพลัสถือเป็นมาตรการเศรษฐกิจที่รัฐบาลใช้เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน หลังจากเปิดเฟสแรกพบว่ามีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนให้ความสนใจและพึงพอใจในโครงการนี้ ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ในโครงการนี้ ประชาชนจะได้รับสิทธิ์ซื้อสินค้าผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการโดยชำระเพียง 50% ของราคาสินค้า เช่น หากซื้อของมูลค่า 200 บาท ผู้ใช้จ่ายจริงแค่ 100 บาทเท่านั้น ซึ่งเงินส่วนต่างที่เหลือรัฐบาลจะเป็นผู้สนับสนุน เพื่อช่วยกระตุ้นการบริโภคและการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในระดับฐานราก นอกจากนี้ยังมีการวางแผนเตรียมเปิดเฟส 2 ของโครงการคนละครึ่งพลัสอย่างพร้อมเพรียง หากเฟสแรกมีความเรียบร้อยและได้รับผลตอบรับดี โดยในเฟสถัดไปจะเน้นขยายฐานผู้ได้รับสิทธิมากขึ้น รองรับกลุ่มประชาชนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมในเฟสแรก รวมถึงพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ให้ตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างการใช้จ่ายและฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อเนื่อง ผู้สนใจยังสามารถลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสได้อีกประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนจะปิดรับสมัคร ซึ่งหากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน จะควรเตรียมตัวและเตรียมข้อมูลให้พร้อม เช่น หมายเลขบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัว เพื่อให้การสมัครเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่มีปัญหา ในมุมมองของภาคธุรกิจ ร้านค้าที่ร่วมโครงการก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน เพราะสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างชัดเจนจากการที่ผู้บริโภคมีแรงจูงใจในการจับจ่ายมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้ การติดตามข่าวสารและประกาศจากทางรัฐบาลเกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการเฟส 2 จะช่วยให้ประชาชนเตรียมตัวและวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม โดยสรุป คนละครึ่งพลัสไม่เพียงแต่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วงเวลาที่ต้องเร่งฟื้นฟู ผ่านการส่งเสริมให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมมากขึ้นในเฟสหน้าที่จะมาถึง