มาเลเซียทุ่มงบหมื่นล้าน สร้างกำแพงกั้นชายแดนไทย-กลันตัน สกัดข้ามแดนผิดกฎหมาย
รัฐบาลมาเลเซียอนุมัติงบ 1,500 ล้านริงกิต หรือกว่า 11,000 ล้านบาท สร้างกำแพงกั้นชายแดนไทย–กลันตัน ระยะทาง 45 กิโลเมตร ตั้งแต่เขต “ตุมปัต” ถึง “ตันเมาะเราะห์” เพื่อป้องกันการลักลอบข้ามแดนและขนยาเสพติด หลังเห็นว่าแม่น้ำโกลกที่ใช้เป็นแนวกั้นเดิมไม่ปลอดภัยเพราะตื้นและแคบ โครงการนี้ถือเป็นการเสริมความมั่นคงชายแดนครั้งใหญ่สุดของมาเลเซียในรอบหลายปี ท่ามกลางปัญหาอาชญากรรมชายแดนระหว่างสองประเทศที่เกิดถี่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
#ข่าวtiktok #ชายแดนใต้ #ชายแดนไทยมาเลเซีย #ข่าวต่างประเทศ #กำแพงมาเลเซีย
การก่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนไทย-กลันตันของรัฐบาลมาเลเซียนี้ ถือเป็นการตอบสนองต่อความกังวลด้านความมั่นคงและการลักลอบข้ามแดนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ชายแดนใต้ของประเทศไทยและรัฐกลันตัน มาเลเซีย โดยโครงการดังกล่าวใช้งบประมาณสูงถึง 1,500 ล้านริงกิต หรือประมาณ 11,000 ล้านบาท และมีความยาว 45 กิโลเมตร ตั้งแต่เขตตุมปัตจนถึงตันเมาะเราะห์ เพื่อทดแทนแนวแม่น้ำโกลกที่มีข้อจำกัดเรื่องความตื้นแคบ ทำให้ไม่สามารถป้องกันการลักลอบผ่านแดนได้อย่างเต็มที่ กำแพงนี้จะทำหน้าที่เป็นสิ่งกีดขวางอย่างเข้มงวด ป้องกันและลดปัญหาการขนยาเสพติดข้ามแดนและกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากเส้นแบ่งชายแดนตามธรรมชาติไม่น่าเชื่อถือเพียงพอ ต่อการตรวจสอบและรักษาความปลอดภัย รัฐบาลมาเลเซียจึงลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในเขตชายแดน ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศยังคงร่วมมืออย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมชายแดนเหล่านี้ นอกจากนี้ การสร้างกำแพงกั้นชายแดนยังมีผลกระทบในด้านต่างๆ เช่น การเคลื่อนย้ายของคนในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะกลุ่มชุมชนที่อยู่ติดกับเขตชายแดน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากมาตรการเข้มงวดนี้ เพราะอาจมีข้อจำกัดในการเดินทางและการติดต่อสื่อสารระหว่างสองประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน กำแพงนี้ก็เป็นสัญลักษณ์ของความพยายามเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงให้กับรัฐกลันตันและพื้นที่ชายแดนใต้ของไทย เพื่อลดความเสี่ยงจากการลักลอบข้ามแดนที่ผิดกฎหมายและช่วยให้การรักษาความปลอดภัยชายแดนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในเชิงภาพรวม การลงทุนครั้งนี้ของมาเลเซียสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงชายแดนในภูมิภาคนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนต่อกลุ่มผู้กระทำผิดว่า รัฐบาลมาเลเซียมีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาชายแดนที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังและยั่งยืน


















