ด่วนที่สุด‼️ สื่อเกาหลีใต้ ออกมาแฉแก๊งคอลกัมพูชา จ่อหนีไปที่ สปป.ลาว และเมียนมา
สื่อเกาหลีใต้เผย หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ (NIS) ระบุผู้ต้องสงสัยปลิดชีวิตนักศึกษาเกาหลีในแหล่งสแกมเมอร์กัมพูชา เป็นผู้ร่วมค้า💊รายใหญ่ในโซลปี 2023 และหลบหนีอยู่ในกัมพูชา คาดฐานสแกมเมอร์ในกัมพูชามีกว่า 50 แห่ง รวมแรงงานราว 200,000 คน สร้างรายได้ปีละกว่า 12,500 ล้านดอลลาร์ เผยว่าล่าสุดตอนนี้หลายแก๊งเริ่มหลบหนีไปลาวและเมียนมา หลังถูกกดดันจา กทางการ
#ข่าวtiktok #ข่าวเมียนมา #สปปลาว🇱🇦 #สแกมเมอร์ #อาชญากรรมข้ามชาติ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปรากฏการณ์แก๊งคอล scammers ในกัมพูชาได้กลายเป็นปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติที่ซับซ้อน โดยแก๊งเหล่านี้มีฐานที่มั่นกว่า 50 แห่งและใช้แรงงานมากถึงประมาณ 200,000 คน เพื่อดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อเหยื่อทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ การหลบหนีของแก๊งเหล่านี้ไปยัง สปป.ลาว และเมียนมานับเป็นอีกการเคลื่อนไหวสำคัญที่บ่งชี้การขยายตัวของเครือข่ายมืดดังกล่าวในภูมิภาค หน่วยข่าวกรองแห่งชาติของเกาหลีใต้ (NIS) ได้ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเข้มข้น พร้อมเปิดเผยว่าผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับคดีปลิดชีวิตนักศึกษาชาวเกาหลีใต้ในบริเวณฐานสแกมเมอร์ที่กัมพูชา มีความเกี่ยวข้องกับการค้าสารเสพติดรายใหญ่อยู่ในเมืองโซล ถือเป็นการเชื่อมโยงวงกว้างที่ทำให้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย การเคลื่อนไหวของแก๊งคอลหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว และเมียนมา เป็นสัญญาณที่รัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต้องเพิ่มความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อป้องกันไม่ให้แก๊งเหล่านี้ตั้งฐานทำผิดกฎหมายต่อไป ซึ่งการแลกเปลี่ยนข่าวกรองและมาตรการตรวจสอบชายแดนที่เข้มงวดจะช่วยลดความเสี่ยง นอกจากนี้ การรับรู้และความเข้าใจในเรื่องแก๊งคอล scammers ของประชาชนทั่วไปก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่สำคัญ เพื่อให้ผู้คนตระหนักถึงภัยอาชญากรรมรูปแบบนี้ รวมทั้งสนับสนุนให้มีการแจ้งเบาะแสและป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ในระยะยาว การทำงานร่วมกันของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นกุญแจสำคัญในการยุติการแพร่ระบาดของแก๊งคอลและอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้อง
