สช.แจ้งโรงเรียนเอกชนจัดกิจกรรมได้ตามปกติ แต่ขอปรับรูปแบบให้เหมาะกับช่วงไว้ทุกข์
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ออกประกาศถึงผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเอกชนทั่วประเทศ หลังการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้ลดธงครึ่งเสาเป็นเวลา 30 วัน และขอให้ผู้บริหาร ครู บุคลากรไว้ทุกข์ตามความเหมาะสม พร้อมย้ำว่าโรงเรียนสามารถจัดกิจกรรมในหลักสูตรหรือกิจ กรรมตามประเพณีได้ตามปกติ แต่กิจกรรมรื่นเริงอื่นให้ปรับให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะกับสถานการณ์ ทั้งยังขอให้โรงเรียนจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระองค์ด้วย
#ข่าวtiktok #โรงเรียนเอกชน #กระทรวงศึกษาธิการ #สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ #พระพันปีหลวงสวรรคต
หลายคนอาจคุ้นจากข่าวว่า “โรงเรียนเอกชนจัดกิจกรรมได้ตามปกติ แต่ขอปรับรูปแบบให้เหมาะกับช่วงไว้ทุกข์” พอเจอแบบนี้ฉันเลยย้อนมาดูภาพรวมของ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 เพื่อทำความเข้าใจว่า โดยหลักแล้วกฎหมายตั้ง “กรอบ” อะไรไว้ให้โรงเรียนเอกชนปฏิบัติตามบ้าง (และผู้ปกครอง/ครูควรรู้อะไรเวลาโรงเรียนมีกิจกรรม) สิ่งที่ พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ช่วยทำให้ชัด คือบทบาทของ “ผู้รับใบอนุญาต” และการกำกับดูแลของรัฐต่อโรงเรียนเอกชน เช่น เรื่องการจัดการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐาน/หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การบริหารงานโรงเรียน และการปฏิบัติตามคำสั่ง/ประกาศของหน่วยงานกำกับเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญของประเทศเกิดขึ้น พออ่านแล้วจะเห็นว่า โรงเรียนไม่ได้ถูก “ห้ามจัดทุกกิจกรรม” แบบเหมารวม แต่ต้องจัดให้เหมาะสม และอยู่ในกรอบระเบียบ/คำแนะนำของทางการในช่วงเวลานั้น ถ้าเอามาประยุกต์กับเหตุการณ์แนว “ลดธงครึ่งเสา 30 วัน” หรือช่วงไว้ทุกข์ หลักปฏิบัติที่ฉันมองว่าโรงเรียนเอกชนทำได้แบบปลอดภัยต่อข้อกำหนด คือ 1) กิจกรรมในหลักสูตรยังดำเนินได้ (เช่น การเรียน การสอบ กิจกรรมวิชาการ) 2) กิจกรรมที่มีลักษณะรื่นเริงควร “ปรับรูปแบบ” เช่น ลดความบันเทิง ลดเสียงดัง เปลี่ยนเป็นกิจกรรมเชิงสาระ/จิตอาสา หรือจัดแบบเรียบง่าย 3) การสื่อสารกับผู้ปกครองควรชัดเจน ว่าปรับอะไร เพราะอะไร และนักเรียนต้องแต่งกาย/ปฏิบัติตัวอย่างไร 4) หากมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติหรือกิจกรรมเผยแพร่พระราชกรณียกิจ ควรเน้นความถูกต้องของข้อมูลและความเหมาะสมของสื่อที่ใช้ อีกจุดที่คนค้นหา พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 บ่อย คืออยากรู้ “โรงเรียนเอกชนต้องทำอะไรให้ถูกกฎหมาย” ในภาพรวม ฉันสรุปเป็นเช็กลิสต์ที่ใช้ได้จริงเวลาโรงเรียนจะจัดงานใหญ่ๆ (งานวันสำคัญ งานกีฬา คอนเสิร์ตโรงเรียน ฯลฯ) - มีแผนงาน/วัตถุประสงค์ชัดเจน และสอดคล้องนโยบายการศึกษา - ประเมินความเหมาะสมตามบริบทสังคม/ประกาศทางการในช่วงนั้น - ดูเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนเป็นหลัก (คน สถานที่ เวลา การเดินทาง) - จัดทำเอกสาร/ประกาศภายในให้ครบ และให้ผู้ปกครองเข้าถึงข้อมูลได้ สุดท้าย ถ้าใครกำลังจะอ้างอิงตัวบท พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 จริงๆ แนะนำให้เปิดอ่านจากแหล่งทางการ (เช่น เว็บไซต์หน่วยงานรัฐ/ฐานข้อมูลกฎหมาย) เพราะบางเว็บอาจเป็นฉบับเก่าหรือมีแก้ไขเพิ่มเติม และเวลาโรงเรียนปฏิบัติจริงมักต้องดูประกาศ/ระเบียบที่ออกตามมาควบคู่กันด้วย
