ด่วน! "คัลแมกี" พายุโซนร้อนลูกใหม่ เตรียมเคลื่อนเข้าใกล้เวียดนาม - ไทยอากาศแปรปรวน

กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนเช้าวันนี้ (2 พ.ย. 68) ว่า พายุโซนร้อน "คัลแมกี (KALMAEGI)" ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ และช่วงวันที่ 6-8 พ.ย. 68 จะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ ฝั่งประเทศเวียดนาม แม้คาดว่าพายุจะอ่อนกำลังลงเมื่อปะทะอากาศเย็น แต่ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะทิศทางยังเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมี อากาศแปรปรวน และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในภาคกลางและภาคใต้ตอนบน จึงขอให้ระวังน้ำท่วมและดูแลสุขภาพ‼️

#ข่าวtiktok #ข่าวเตือนภัย #กรมอุตุนิยมวิทยา #พยากรณ์อากาศ #พายุคัลแมกี

2025/11/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมพายุโซนร้อนคัลแมกี (KALMAEGI) ที่กำลังเคลื่อนไหวในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกนี้ ถือเป็นพายุใหม่ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประชาชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่ประเทศบริเวณทะเลจีนใต้ การติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาจึงเป็นเรื่องสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ พายุคัลแมกีมีแนวโน้มผ่านประเทศฟิลิปปินส์และเข้าทะเลจีนใต้ ก่อนจะเข้าสู่ฝั่งเวียดนามในช่วงวันที่ 6 ถึง 8 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งแม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงเมื่อเจอกับกระแสลมเย็นทำให้ความรุนแรงลดลง แต่สถานการณ์ยังคงไม่แน่นอนเพราะทิศทางเคลื่อนที่ของพายุอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา สำหรับประเทศไทยเอง แม้ว่าพายุคัลแมกีจะไม่พัดเข้ามาโดยตรง แต่กระแสอากาศแปรปรวนที่เกิดขึ้นนี้ จะส่งผลให้หลายพื้นที่ในภาคกลางและภาคใต้ตอนบนมีฝนตกหนักและอาจเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังและติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเหมาะสม การดูแลสุขภาพในช่วงอากาศแปรปรวนก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เช่น การสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม รักษาความสะอาด และงดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงที่มีฝนตกหนัก เพื่อป้องกันโรคภูมิแพ้และโรคทางเดินหายใจ นอกจากนี้ การเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย และน้ำดื่มสะอาด ก็ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน โดยรวมแล้ว พายุคัลแมกีเป็นเหตุการณ์ธรรมชาติที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ และเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ การติดตามข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา เพื่อนำไปวางแผนป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ