ด่วน! รัฐบาลเตือนเกษตรกร! รับมืออิทธิพล "ไต้ฝุ่นคัลแมกี" จ่อขึ้นเวียดนาม 7 พ.ย. นี้ - ไทยฝนตกหนัก
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยประชาชนและ เกษตรกร ให้เตรียมรับมือผลกระทบจาก พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ซึ่งคาดว่าจะอ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำและเคลื่อนเข้าปกคลุม ภาคอีสานของไทย ช่วงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นอย่างหนัก โดยเฉพาะช่วงว ันที่ 7–9 พ.ย. ที่ขอให้เฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งรัฐบาลได้กำชับให้เกษตรกรควรป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตจากฝนและลมแรงอย่างเคร่งครัดและติดตามการแจ้งเตือนจากราชการอย่างต่อเนื่อง
#ข่าวtiktok #ข่าวเตือนภัย #พายุคัลแมกี #กรมอุตุนิยมวิทยา #กรมอุตุนิยมวิทยา
ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้ พายุไต้ฝุ่นคัลแมกีจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาพอากาศของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคอีสานซึ่งจะได้รับฝนตกหนักต่อเนื่องถึง 3 วัน คือในวันที่ 7 ถึง 9 พฤศจิกายน นอกจากเหตุการณ์ฝนตกหนักยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเกษตรกรและชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เกษตรกรควรเริ่มเตรียมความพร้อมตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น การเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงที่ยังปลอดภัย เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากลมแรงและน้ำท่วม รวมถึงตรวจสอบแปลงเกษตรและปรับปรุงระบบระบายน้ำให้อยู่ในสภาพดีเพื่อช่วยลดความเสียหายจากน้ำท่วม นอกจากนี้ยังควรติดตามประกาศและคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับรู้ข้อมูลอัปเดตและคำแนะนำที่ถูกต้องทันเวลา แน่นอนว่าพายุไต้ฝุ่นคัลแมกีนี้จะเคลื่อนผ่านเวียดนามในวันที่ 7 พฤศจิกายน แต่เนื่องจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำที่ก่อตัวขึ้น จึงทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักโดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอาจเกิดฝนตกหนักถึงรุนแรงในบางพื้นที่ จึงเป็นเหตุผลที่สำคัญที่ประชาชนทุกคนโดยเฉพาะเกษตรกรต้องเฝ้าระวังและเตรียมรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างจริงจัง นอกจากการป้องกันความเสียหายในภาคการเกษตรแล้ว ประชาชนทั่วไปก็ต้องระมัดระวังการเดินทางและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก รวมถึงการแจ้งเตือนจากสื่ออย่างเป็นทางการซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด ทั้งนี้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมมาตรการสนับสนุนและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างมีประสิทธิภาพ การเตรียมตัวอย่างรอบคอบและการติดตามข้อมูลอัปเดตจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดผลกระทบของพายุคัลแมกีให้เหลือน้อยที่สุดในช่วงเวลาที่พายุผ่านประเทศไทยในปลายสัปดาห์นี้







