ทหารลาดตระเวนเหยียบกับ💣 เจ็บ 2 นาย ส่งรักษาด่วนที่ รพ.สรรพสิทธิฯ

เช้าวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 09.30 น. กองทัพบกรายงานว่า กำลังพลกองกำลังสุรนารีประสบเหตุเหยียบกับ💣ขณะลาดตระเวนในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ส่งผลให้ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขวาขาด และพลฯ วชิระ พันธนา เจ็บแน่นหน้าอกจากแรงอัด เจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงทั้งสองนายขึ้นอากาศยานส่งรักษาอย่างเร่งด่วนที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ขณะนี้อาการอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยกัมพูชา #กองทัพบก #กระทรวงกลาโหม #ข่าวศรีสะเกษ

2025/11/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเหตุการณ์ทหารเหยียบกับระเบิดที่ชายแดนไทย-กัมพูชาครั้งนี้เป็นตัวอย่างของอันตรายที่กำลังพลในพื้นที่ชายแดนต้องเผชิญอยู่เสมอ ขณะที่ลาดตระเวนเพื่อรักษาความปลอดภัยและดูแลแนวชายแดน การพบกับกับระเบิดฝังดินถือเป็นความเสี่ยงสูงที่ต้องได้รับการฝึกฝนและป้องกันอย่างเข้มงวด กับระเบิดที่ทหารเหยียบในครั้งนี้ มีข้อมูลว่าเกิดขึ้นที่บริเวณห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ชายแดนที่มีประวัติความไม่สงบในอดีตและยังมีดินแดนที่อาจมีวัตถุระเบิดตกค้างจากอดีตสงคราม ดังนั้นการลาดตระเวนและปฏิบัติหน้าที่ของกองกำลังสุรนารีจึงต้องระมัดระวังและใช้เทคโนโลยีหรือเครื่องมือช่วยในการตรวจสอบเพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย ในกรณีนี้ จ.ส.อ.เทิดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าขวาขาด และพลฯ วชิระ พันธนา เจ็บหน้าอกจากแรงอัด แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการเหยียบกับระเบิด แม้ว่าการรักษาพยาบาลจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนและใกล้ชิดที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ แต่เหตุการณ์นี้ยังชี้ให้เห็นความจำเป็นในการดำเนินมาตรการป้องกันที่เข้มข้น รวมถึงการให้ความรู้แก่กำลังพลเกี่ยวกับภัยจากกับระเบิดและวัตถุระเบิดที่ยังฝังอยู่ในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ เหตุการณ์ทหารเหยียบกับระเบิดในพื้นที่ชายแดนยังเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งทั้งสองประเทศต้องดำเนินความร่วมมือในการเคลียร์พื้นที่และแจ้งเตือนภัย เพื่อให้การป้องกันและรักษาความสงบเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเผยแพร่ข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติการณ์ที่เกิดขึ้น เช่นนี้ มีส่วนช่วยให้ประชาชนทั่วไปและบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนตื่นตัวและเข้าใจถึงความเสี่ยง รวมถึงช่วยสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยเหล่านี้ ท้ายที่สุด การดูแลรักษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บและการสนับสนุนกำลังพลอย่างต่อเนื่องถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่และใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่หลังจากเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้