นายกฯ 'อนุทิน' แถลงลุยปราบสแกมเมอร์! 13 วันจับ 7 พันคดี คืนเงินแล้วกว่า 300 ล้าน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลปฏิบัติการ "รวมพลังคนไทย ต้านภัยสแกมเมอร์" ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. เผยว่า ปัจจุบันมีเคสอาชญากรรมออนไลน์เกิดขึ้นวันละกว่า 1,000 เคส ความเสียหายราว 70 ล้านบาทต่อวัน รัฐบาลจึงยกระดับปราบสแกมเมอร์เป็ น วาระแห่งชาติ จัดตั้ง War Room และลงนาม MOU ร่วม 15 หน่วยงาน ผลปฏิบัติการในช่วง 13 วันที่ผ่านมา จับกุมรวม 7,044 คดี และคืนเงินให้ผู้เสียหายได้แล้วกว่า 300 ล้านบาท นายกฯ ย้ำหากพบ เจ้าหน้าที่รัฐ เอี่ยวจะดำเนินการเฉียบขาด พร้อมเตือนประชาชนยึดหลัก "ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน"
#ข่าวtiktok #อาชญากรรมออนไลน์ #สแกมเมอร์ #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #กรมประชาสัมพันธ์
ปัจจุบันอาชญากรรมออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ กลายเป็นภัยที่ร้ายแรงต่อประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ โดยจากข้อมูลล่าสุดพบว่ามีเคสถูกหลอกลวงหรือถูกสแกมเกือบ 1,000 เคสต่อวัน สร้างความเสียหายรวมกว่า 70 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งรัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหานี้ จึงประกาศให้การปราบปรามสแกมเมอร์เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมกับจัดตั้ง War Room ที่รวมผู้แทนจาก 15 หน่วยงานเพื่อทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ด้วยการดำเนินการเข้มข้นในช่วงเวลาเพียง 13 วัน สามารถจับกุมสแกมเมอร์ได้มากถึง 7,044 คดีและคืนเงินให้กับผู้เสียหายได้แล้วกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ภาครัฐในการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง การป้องกันอาชญากรรมออนไลน์นั้น นอกจากการดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว สิ่งสำคัญคือการสร้างความตระหนักรู้ในหมู่ประชาชน นายกฯ อนุทิน ได้เน้นย้ำให้ประชาชนยึดหลัก "ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน" เพื่อป้องกันตนเองจากการถูกหลอกลวง โดยการตระหนักรู้ว่าข้อมูลออนไลน์หลายอย่างอาจไม่ถูกต้อง และไม่ควรโอนเงิน หรือให้ข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ตรวจสอบก่อน นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมมือกันแชร์ข้อมูล แลกเปลี่ยนข้อมูลทางเทคนิค และดำเนินมาตรการร่วมกันในการป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์อย่างครอบคลุม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย สแกมเมอร์มักใช้กลยุทธ์หลอกลวงที่หลากหลาย เช่น ส่งข้อความปลอม แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ หรือแสดงข้อเสนอที่ดูดีเกินจริง เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ดังนั้นการได้รับข้อมูลข่าวสารและคำแนะนำจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ ถือเป็นแนวทางป้องกันที่สำคัญ ท้ายที่สุด การต่อสู้กับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งรัฐบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต รวมถึงประชาชนทั่วไป ที่ต้องรู้เท่าทันและระมัดระวังตัวอยู่เสมอ เพื่อช่วยกันเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมออนไลน์ให้ปลอดภัยมากขึ้นและลดความเสี่ยงในการถูกหลอกลวงในยุคดิจิทัลนี้









