🇰🇭 กัมพูชาออกแถลงการณ์ ยัน "ไม่เคยวางทุ่นระเบิดใหม่" โต้ไทย! ชี้อาจเป็นของเก่า 50 ปี
กลางดึกที่ผ่านมา (10 พ.ย. 68) สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้โพสต์แถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศกัมพูชา เพื่อแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการที่ผู้นำไทยประกาศระงับปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชา หลังอ้างว่าทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดใกล้ปราสาทพระวิหาร โดย รัฐบาลกัมพูชา ได้ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดว่า ไม่เคยวางทุ่นระเบิดลูกใหม่ และยืนยันว่าทุ่นระเบิดที่หลงเหลืออาจเป็น ของเก่าจากสงครามกลางเมืองเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ซึ่งยังไม่ได้ปักปันเขตแดน แต่กัมพูชายืนยันจะยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติตามปฏิญญาร่วมที่ทำไว้กับไทยต่อไป
#ข่าวtiktok #ข่าวกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #กระทรวงการต่างประเทศ #ทหารไทยเหยียบกับระเบิด
เหตุการณ์ผู้นำไทยประกาศระงับปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชาหลังจากเหยียบทุ่นระเบิดบริเวณใกล้ปราสาทพระวิหารได้ก่อให้เกิดความตึงเครียดทางการทูตระหว่างสองประเทศขึ้นอย่างชัดเจน โดยกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์ว่าไม่ได้มีการวางทุ่นระเบิดลูกใหม่ในบริเวณดังกล่าว ตรงกันข้ามทุ่นระเบิดเหล่านี้อาจเป็นของเก่าที่ตกค้างมาจากสงครามกลางเมืองเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ซึ่งยังไม่ได้มีการกำหนดเขตแดนอย่างชัดเจนในบางพื้นที่รอบชายแดน การมีทุ่นระเบิดเก่าที่ยังหลงเหลือและไม่ได้รับการเก็บกวาดอย่างสมบูรณ์นั้นเป็นปัญหาที่หลายประเทศในภูมิภาคประสบมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ชายแดนที่มีประวัติความขัดแย้งในอดีต ทางกัมพูชาเองได้แสดงความกังวลต่อความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในบริเวณชายแดน โดยยืนยันที่จะร่วมมือกับไทยในการจัดการกับปัญหานี้อย่างเต็มที่ ภายใต้ข้อตกลงสันติภาพและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ นอกจากนี้ การที่ทุ่นระเบิดเหล่านี้อาจมีอายุยาวนานถึง 50 ปี ทำให้การกำจัดและการตรวจสอบเป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้อาจเสื่อมสภาพและมีความเสี่ยงต่อการระเบิดโดยไม่คาดคิด ทำให้ต้องมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคงและผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บกวาดทุ่นระเบิด สร้างความมั่นใจในมาตรการป้องกันและปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ ในมุมของผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ชายแดน เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลถึงความปลอดภัยในชีวิตประจำวันและการเดินทางข้ามชายแดนเป็นพิเศษ การสื่อสารและข่าวสารที่ชัดเจนจากทั้งสองฝ่ายจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการลดความตื่นตระหนก รวมทั้งการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างชุมชนริมชายแดนกับเจ้าหน้าที่ ด้วยความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการยืนหยัดต่อปฏิญญาสันติภาพที่ได้ลงนามร่วมกัน การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทุ่นระเบิดเก่าและความร่วมมือในการดูแลความปลอดภัยชายแดนจะเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชายังคงแข็งแรงและเสริมสร้างสันติภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืน
