ดีอี เตรียมออกมาตรการสกัดอีเมลหลอกลงทุน หลังพบปชช.กดลิงก์กว่า 3,000 ครั้ง เสียหายแล้ว 1 ราย
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เรียกประชุมด่วนหลังพบแฮกเกอร์ส่งอีเมลปลอมแนบลิงก์หลอกลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล แอบอ้างชื่อบริษัท 4 แห่ง มีประชาชนกดลิงก์กว่า 3,000 ครั้ง และมีผู้เสียหายแล้ว 1 ราย สกมช.เร่งบล็อกลิงก์ไปแล้ว 100 ลิงก์ ส่วน สคส.ตรวจสอบการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล และ ETDA สั ่งผู้ให้บริการอีเมลยกระดับความปลอดภัย ดีอีจ่อเสนอ ครม. ปรับแนวทางส่งอีเมลราชการแนบลิงก์ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
#ข่าวtiktok #สแกมเมอร์ #ข่าวเตือนภัย #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กรมประชาสัมพันธ์
จากกรณีที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ออกมาตรการเพื่อสกัดกั้นอีเมลหลอกลวงที่แนบลิงก์ปลอมในการชักชวนลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญสำหรับผู้ใช้อีเมลทุกคนที่ควรระมัดระวังมากขึ้น การกดลิงก์จากอีเมลที่ไม่ได้รับการยืนยันหรือแอบอ้างชื่อองค์กรที่น่าเชื่อถืออาจทำให้ตกเป็นเหยื่อของแฮกเกอร์และสแกมเมอร์ได้อย่างง่ายดาย โดยสถิติล่าสุดระบุว่ามีประชาชนกดลิงก์ปลอมมากกว่า 3,000 ครั้ง จนทำให้มีผู้เสียหายจริงแล้ว 1 ราย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ได้ดำเนินการตรวจสอบแหล่งที่มาของการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงเร่งบล็อกลิงก์ปลอมไปแล้วกว่า 100 ลิงก์เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม นอกจากนี้ ดีอียังเตรียมนำเสนอแนวทางปรับปรุงการส่งอีเมลในภาคราชการโดยการแนบลิงก์ที่มีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อให้การสื่อสารระหว่างหน่วยงานกับประชาชนมีความน่าเชื่อถือและลดความเสี่ยงจากอีเมลหลอกลวง ซึ่งจะช่วยปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สินทางดิจิทัลของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับประชาชนทั่วไป ควรมีสติและระมัดระวังการเปิดลิงก์หรือดาวน์โหลดไฟล์แนบจากอีเมลที่ไม่ได้รับการยืนยัน หรือที่มีลักษณะผิดปกติ เช่น ข้อความเร่งด่วนและอ้างสิทธิ์ให้ลงทุนทันที หรือแอบอ้างชื่อองค์กรที่มีชื่อเสียง ทั้งนี้ควรตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งผ่านช่องทางทางการของหน่วยงานหรือบริษัทนั้นๆ เพื่อป้องกันความเสี่ยงและความเสียหายที่ไม่จำเป็นเกิดขึ้น ในยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่างรวดเร็ว การหลอกลวงผ่านช่องทางอีเมลเป็นหนึ่งในภัยคุกคามที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ประชาชนควรทำความเข้าใจและอัปเดตข้อมูลข่าวสารข่าวเตือนภัยเหล่านี้เพื่อนำไปใช้ในการป้องกันตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส ใช้ระบบยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA) และระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลทางออนไลน์ ด้วยการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน การป้องกันและลดความเสี่ยงจากอีเมลหลอกลวงและสแกมเมอร์ในอนาคตจะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น


