สู้เพื่อเรียนฟรี! สภาผู้บริโภคฟ้อง ศธ. เรียกเก็บ "ค่าบำรุงการศึกษา" ละเมิดสิทธิ - ลุ้นศาลปกครองสูงสุด 18 พ.ย.68

สภาองค์กรผู้บริโภค เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ขอเชิญชวนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเรียกเก็บ "ค่าบำรุงการศึกษา" ร่วมติดตามคำพิพากษาของ ศาลปกครองสูงสุด ในคดีที่สภาฯ ยื่นฟ้อง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ให้ยุติการเรียกเก็บเงินดังกล่าว สภาฯ ระบุว่า การเก็บค่าบำรุงฯ เป็นการ ละเมิดสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และขัดแย้งกับ นโยบายเรียนฟรี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เด็กยากจนกว่า 46.7% หลุดออกจากระบบการศึกษา โดยต้องใช้เงินไปกับค่าใช้จ่ายแฝงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

#ข่าวtiktok #กระทรวงศึกษาธิการ #ข่าวการศึกษา #ค่าธรรมเนียมการศึกษา #ข่าวนักเรียน

2025/11/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเรียกเก็บค่าบำรุงการศึกษาในระบบการศึกษาของประเทศไทยกลายเป็นประเด็นร้อนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กและความเท่าเทียมทางการศึกษามาตลอดหลายปี โดยเฉพาะในกลุ่มครอบครัวที่มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ค่าบำรุงการศึกษาที่ถูกเรียกเก็บนั้นเป็นค่าใช้จ่ายแฝงซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในการจัดสรรงบประมาณพื้นฐานสำหรับการศึกษา ทำให้เกิดภาระทางการเงินที่เหนือกว่าค่าเล่าเรียนตามนโยบายเรียนฟรีของรัฐ ในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 นี้ ศาลปกครองสูงสุดจะตัดสินคดีสำคัญที่สภาองค์กรผู้บริโภคได้ยื่นฟ้องกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยเป็นการท้าทายนโยบายเรียกเก็บค่าบำรุงฯ ที่ถูกมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิของนักเรียนและผู้ปกครองตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ยังขัดกับหลักประกันสิทธิการศึกษาฟรี ซึ่งรัฐไทยได้มีการกำหนดไว้เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม สภาผู้บริโภคระบุว่า ค่าบำรุงการศึกษาที่เก็บในขณะนี้ส่งผลให้เด็กยากจนถึง 46.7% ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากครอบครัวเหล่านี้ไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ การเรียกเก็บเงินดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงค่าใช้จ่ายเล็กน้อย แต่เป็นอุปสรรคหลักที่ทำให้เด็กจำนวนมากต้องหยุดเรียนก่อนจะจบการศึกษา ในแง่ของมาตรการแก้ไขปัญหา นอกจากการรอคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดแล้ว ยังมีความจำเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันมองหาวิธีการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในระบบการศึกษา เช่น การจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้เพียงพอ การปรับปรุงการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษา และการส่งเสริมให้โรงเรียนใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การสร้างความตระหนักรู้ในสังคมเกี่ยวกับสิทธิการศึกษาและผลกระทบของค่าบำรุงการศึกษายังเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการสนับสนุนเสียงของผู้บริโภคและผู้เรียนเพื่อให้มีกระบวนการตัดสินใจที่โปร่งใสและเป็นธรรม ผลคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานสำคัญต่อระบบการศึกษาไทยและอาจเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่สอดคล้องกับสิทธิขั้นพื้นฐานของนักเรียนทุกคนอย่างแท้จริง