สทนช. เตือน 11 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคลนถล่ม ช่วง 17-22 พ.ย. นี้

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศและสถานการณ์น้ำ พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงจาก มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรง และ คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออก พัดปกคลุมภาคใต้. สทนช. จึงเตือนประชาชนใน 11 จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่ ชุมพร ถึง นราธิวาส ให้เฝ้าระวัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ในช่วงวันที่ 17 – 22 พฤศจิกายน 2568. พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำที่ปริมาณน้ำมากกว่า 80% และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ

#ข่าวtiktok #ข่าวน้ำท่วม#ข่าวtiktok่ม #ข่าวเตือนภัย #กรมประชาสัมพันธ์

2025/11/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมช่วงวันที่ 17-22 พฤศจิกายน 2568 นี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้แจ้งเตือนประชาชนใน 11 จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่ชุมพรถึงนราธิวาส ให้ระมัดระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรง รวมถึงคลื่นลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้ การเตือนภัยนี้มีความสำคัญเพื่อป้องกันและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน การเฝ้าระวังครั้งนี้ สทนช. เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80% ซึ่งเสี่ยงต่อการล้นสันดอน และขอความร่วมมือให้เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ลุ่ม นอกจากนั้นประชาชนควรติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด รวมถึงเตรียมความพร้อมในการอพยพหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ทำให้มีความเสี่ยงสูงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากตามพื้นที่สูง รวมทั้งมีโอกาสดินโคลนถล่มตามบริเวณภูเขาและพื้นที่ลาดชัน ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงควรเฝ้าระวังและเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้อย่างรอบคอบ เช่น การเก็บทรัพย์สินไว้ในที่ปลอดภัย การเตรียมห้องนิรภัยสำหรับครอบครัว และการหลีกเลี่ยงเส้นทางที่อาจเกิดน้ำท่วมหรือดินโคลนถล่ม การเตรียมพร้อมและการตอบสนองที่รวดเร็วจากทั้งประชาชน หน่วยงานรัฐ และองค์กรต่าง ๆ จะมีผลอย่างมากต่อการลดผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้ ทั้งนี้ สทนช. จะยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อแจ้งเตือนและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย