นายกฯ อนุทิน เผย ผู้นำมาเลเซียโทรย้ำทรัมป์‼️ ยืนยัน สหรัฐฯ ไม่โยงปมปฏิญญากับภาษีเจรจาการค้า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์เล่าว่า นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียน โทรมาแจ้งผลหารือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ว่าสหรัฐฯ จะไม่เอาประเด็นไทยระงับปฏิญญาไปโยงกับการเจรจาภาษีการค้าระหว่างไทย–สหรัฐ และทรัมป์ยังฝากย้ำให้ไทยเร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพราะเป็นอันตรายต่อประชาชนทั้งสองประเทศ โดยอนุทินยืนยันว่าได้ขออนุญาตอันวาร์ก่อนโพสต์ข้อความและอันวาร์ก็จะโพสต์ยืนยันเช่นกัน พร้อมชี้แจงว่าจดหมายผู้แทนการค้าสหรัฐถูกออกก่อนที่เขาจะคุยกับทรัมป์ ทำให้ข้อมูลของเขาเป็นข้อมูลล่าสุดกว่า

#ข่าวtiktok #เจรจาภาษีสหรัฐ #กระทรวงการต่างประเทศ #ชายแดนไทยกัมพูชา #ปฏิญญาสันติภาพไทยกัมพูชา

2025/11/16 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อนในปัจจุบัน ประเด็นของการเจรจาภาษีการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา นับเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยล่าสุด นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาแจ้งข้อมูลสำคัญที่ได้รับจากนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและประธานอาเซียน ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ ไม่ได้นำเอาประเด็นที่ไทยระงับปฏิญญาสันติภาพไทย–กัมพูชา ไปเชื่อมโยงหรือโยงเกี่ยวกับการเจรจาภาษีการค้าแต่อย่างใด ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยลดความกังวลของหลายฝ่ายเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทางการค้าของไทย การที่สหรัฐฯ ขอให้ไทยเร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดนั้น สะท้อนถึงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในเชิงปฏิบัติที่ช่วยสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ การเก็บกู้ทุ่นระเบิดนอกจากจะเป็นเรื่องความปลอดภัยแล้ว ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยและกัมพูชา รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของความพยายามในการรักษาสันติภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารในเรื่องนี้ ควรเข้าใจว่าการเมืองระหว่างประเทศมีหลายมิติ และข้อมูลที่ได้รับคำยืนยันจากผู้นำระดับสูงถือเป็นข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าข่าวลือหรือเอกสารที่ตีพิมพ์ก่อนหน้านี้ ดังนั้นการติดตามข่าวสารอย่างรอบคอบและรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจสถานการณ์ในเชิงลึก ทั้งนี้ ในฐานะประชาชน การติดตามการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในประเด็นที่มีผลต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจประเทศ ถือเป็นหน้าที่ที่ช่วยเพิ่มความเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต