ชัดเจน! พาณิชย์เปิดดุลการค้าไทยปี 67 "ได้ดุลสหรัฐฯ 1.2 ล้านล้าน✅" แต่ "ขาดดุลจีนหนัก 1.6 ล้านล้าน❌"
ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยข้อมูลการค้าระหว่างไทยกับสองคู่ค้าใหญ่ในปี พ.ศ. 2567 พบว่า ไทยได้ดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกา สูงถึง 1,233,326.63 ล้านบาท จากมูลค่าส่งออก 1,928,483.71 ล้านบาท แต่ในทางกลับกัน ไทยกลับขาดดุลการค้ากับจีน อย่างหนักถึง 1,620,061.13 ล้านบาท เนื่องจากมีม ูลค่านำเข้าสูงถึง 2,859,543.85 ล้านบาท. ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของดุลการค้าที่ไทยทำกับมหาอำนาจทั้งสองอย่างชัดเจน จะเห็นได้ว่า ไทยได้รับผลกระทบแน่นอน หากสหรัฐอเมริการะงับการเจรจาภาษีกับประเทศไทย
#ข่าวtiktok #เจรจาภาษีสหรัฐ #ปฏิญญาสันติภาพไทยกัมพูชา #กระทรวงพาณิชย์ #ข่าวเศรษฐกิจ
ข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ในปี 2567 แสดงให้เห็นว่าดุลการค้าของไทยกับสหรัฐอเมริกามีแนวโน้มที่ดี โดยไทยได้ดุลการค้ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการส่งออกของไทยไปยังตลาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ ทั้งนี้ การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ สูงถึง 1,928,483.71 ล้านบาท ขณะที่การนำเข้าจากสหรัฐฯ อยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาก ส่งผลให้ไทยมีกำไรจากการค้ากับสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ในทางกลับกัน ดุลการค้าของไทยกับจีนกลับพบว่าขาดดุลอย่างหนักถึง 1.6 ล้านล้านบาท เนื่องจากไทยนำเข้าสินค้าจากจีนสูงถึง 2,859,543.85 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการพึ่งพาผลิตภัณฑ์และวัตถุดิบจากจีนในระดับสูง ดุลการค้านี้สะท้อนถึงความสมดุลทางการค้าและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ซับซ้อนระหว่างไทยกับประเทศมหาอำนาจทั้งสอง ความแตกต่างของดุลการค้าไทยกับสหรัฐฯ และจีนชี้ให้เห็นถึงความท้าทายและโอกาสที่แตกต่างกัน โดยหากเกิดการระงับเจรจาภาษีระหว่างไทยและสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อสถานะดุลการค้า และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อให้ไทยสามารถรักษาและขยายตลาดส่งออกได้ ความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐจะเป็นกุญแจสำคัญ นอกจากนี้ การพัฒนาและส่งเสริมการผลิตในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพส่งออกสูงจะช่วยลดการพึ่งพานำเข้าสินค้าจากต่างประเทศโดยเฉพาะจีน โดยรวมแล้ว ข้อมูลดุลการค้าปี 2567 นี้ช่วยให้เห็นภาพรวมและแนวโน้มทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับคู่ค้าหลัก พร้อมทั้งชี้นำแนวทางในการวางนโยบายทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้ไทยสามารถปรับตัวและเติบโตในตลาดโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน


