ทร.โต้สื่อเขมร! ยันข่าว "เจ้าหน้าที่ไทยทำร้าย-ล่วงละเมิด" แรงงานหนีเข้าเมือง เป็นข้อมูลเท็จ
กองทัพเรือ ชี้แจงกรณีที่สำนักข่าวเกาะสันติภาพของกัมพูชารายงานกล่าวหาเจ้าหน้าที่ไทย ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่รีดทรัพย์ และล่วงละเมิด แรงงานชาวกัมพูชาที่หลบหนีเข้าเมืองบริเวณ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี กองทัพเรือได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดแล้วและ ยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จ ไม่มีเหตุการณ์ดั งกล่าวเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ยืนยันว่า การปฏิบัติของกำลังพลทุกนายเป็นไปตามกฎหมายไทย, มาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากล, และปฏิบัติการร่วมกับฝ่ายความมั่นคงหลายส่วนอย่างสุภาพและโปร่งใส
#ข่าวtiktok #กองทัพเรือ #แรงงานต่างด้าว #ชายแดนไทยกัมพูชา #กระทรวงกลาโหม
ในสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการเคลื่อนไหวของแรงงานข้ามชาติอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะแรงงานชาวกัมพูชาที่พยายามหลบหนีเข้าเมืองผ่านชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณอำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและโปร่งใสจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งเพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความตึงเครียดระหว่างประเทศ เหตุการณ์ที่มีกระแสข่าวจากสื่อของกัมพูชาที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่ไทยกระทำความผิดโดยการทำร้ายร่างกาย รีดไถ และล่วงละเมิดแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ ได้ถูกกองทัพเรือไทยตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วและยืนยันว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นข้อมูลเท็จ ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ซึ่งการแถลงการณ์ของกองทัพเรือยังเน้นย้ำว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกนายเป็นไปตามกฎหมายไทย รวมถึงมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระดับสากล และดำเนินการด้วยความสุภาพ พร้อมกับการทำงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคงอื่นๆ อย่างโปร่งใส ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของทางการไทยที่จะรักษาความสัมพันธ์ที่ดีและภาพลักษณ์ที่ดีในเวทีระหว่างประเทศ พร้อมทั้งคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ยังทำให้ชัดเจนว่าการจัดการกับแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาผิดกฎหมายเป็นไปตามกรอบของกฎหมายและมาตรฐานสากล ไม่ได้มีการใช้อำนาจโดยมิชอบหรือการละเมิดสิทธิอย่างที่มีการกล่าวอ้าง สำหรับประชาชนทั่วไปและผู้ที่ติดตามข่าวสาร การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์แรงงานต่างด้าวและบทบาทของเจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยของชายแดนเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือสร้างความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานรักษาความมั่นคงและส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้านทั้งสองฝ่าย ท้ายที่สุด กรณีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของความจำเป็นในการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารและความรับผิดชอบของสื่อในการนำเสนอข่าว เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข่าวสารที่ไม่ถูกต้องหรือบิดเบือนที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระยะยาว

















