ครม. เพิ่มเงินเยียวยาน้ำท่วมขังนาน! จ่ายขั้นบันไดสูงสุด 20,000 บาท/ครัวเรือน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม. มีมติอนุมัติเพิ่มเงินเยียวยาแก่ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขังยาวนาน โดยใช้ งบกลาง 6,100 ล้านบาท เดิมเยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน แต่จะเพิ่มเงินแบบ ขั้นบันได 4 ขั้น ขั้นละ 5,000 บาท ครัวเรือนที่ท่วมขัง 31-60 วัน จะได้เพิ่ม 5,000 บาท และครัวเรือนที่ท่วมขัง 121 วันขึ้นไป จะได้เพิ่ มรวมสูงสุด 20,000 บาท (5,000 บาท x 4 ขั้น) นอกจากนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เห็นควรทบทวนหลักเกณฑ์เพื่อเพิ่มการเยียวยาให้กลุ่มที่อาศัยในพื้นที่น้ำล้อมรอบ เช่น ผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมด้วย
#ข่าวtiktok #เงินเยียวยาน้ำท่วม #น้ำท่วม2568 #กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย #กระทรวงมหาดไทย
การเยียวยาผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีน้ำท่วมขังนาน ผู้ที่ได้รับผลกระทบอาจประสบปัญหาทั้งด้านที่อยู่อาศัย การใช้ชีวิตประจำวัน และเศรษฐกิจครัวเรือน ดังนั้น การตั้งงบประมาณกลางถึง 6,100 ล้านบาท เพื่อเพิ่มเงินเยียวยาแบบขั้นบันได จึงเป็นมาตรการที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเงินเยียวยาขั้นบันไดจะช่วยให้ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมหลายนานตั้งแต่ 31 วันจนถึง 121 วันขึ้นไป ได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมตามความรุนแรงของสถานการณ์อย่างเหมาะสม คือ 5,000 บาทต่อ 30 วันของการถูกน้ำท่วม ซึ่งจะจ่ายสูงสุดถึง 20,000 บาทสำหรับครัวเรือนที่ถูกน้ำท่วมนานมากกว่า 121 วัน นอกจากนี้ การพิจารณาทบทวนเกณฑ์การเยียวยาให้ครอบคลุมกลุ่มผู้อยู่อาศัยในพื้นที่น้ำล้อมรอบ เช่น ผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียม ถือเป็นการขยายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมผู้ประสบปัญหาในรูปแบบอื่นๆ ที่อาจเผชิญกับความยากลำบากจากน้ำท่วมที่ไม่สะดวกในการอพยพหรือฟื้นฟูที่อยู่อาศัย นับเป็นแนวทางที่สะท้อนความเข้าใจและความใส่ใจในระดับนโยบายต่อผลกระทบที่หลากหลายของน้ำท่วม สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ควรติดตามข้อมูลและประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกระทรวงมหาดไทย เพื่อรับทราบขั้นตอนการขอรับเงินเยียวยา รายละเอียดหลักเกณฑ์ สิทธิ์ความช่วยเหลือ รวมถึงเอกสารที่ต้องเตรียม พร้อมกันนี้ การมีส่วนร่วมในการแจ้งปัญหาหรือข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานภาครัฐจะช่วยให้การบริหารจัดการและการเยียวยามีความเหมาะสมและตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ น้ำท่วมขังนานอาจส่งผลกระทบไม่เพียงแค่ด้านความเสียหายทางทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเยียวยาและฟื้นฟูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการจริงของผู้ประสบภัย และช่วยให้ทุกครัวเรือนกลับมามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน
