กองทัพเมียนมาบุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ "ชเวก๊กโก" จับต่างชาติ 346 คน ยึดมือถือเกือบ 10,000 เครื่อง
สื่อของรัฐบาลทหารเมียนมา รายงานว่า กองทัพเมียนมา ได้บุกเข้าจู่โจมพื้นที่ ชเวก๊กโก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการพนันและการหลอกลวง ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถ จับกุมชาวต่างชาติได้ 346 คน และยึด โทรศัพท์มือถือเกือบ 10,000 เครื่อง ที่ใช้ในการพนันออนไลน์ การกวาดล้างเกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันจาก จีน เนื่องจากพลเมืองจีนตกเป็นเหยื่อจำนวนมากในขบวนการหลอกลวงข้ามชาติที่สร้างความเสียหายมหาศาล ชเวก๊กโกถูกพัฒนาโดย นายเฉอ จื้อเจียง นักธุรกิจชาวจีน-กัมพูชา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเขาเพิ่งถูกทางการไทยจับกุมและส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนให้จีนไปแล้ว
#ข่าวtiktok #ข่าวเมียนมา #ชเวก๊กโก #ชายแดนไทยเมียนมา #อาชญากรรมออนไลน์
การทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ "ชเวก๊กโก" เป็นความพยายามอย่างจริงจังของกองทัพเมียนมาในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงในหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับการพนันและการหลอกลวงออนไลน์ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง การจับกุมชาวต่างชาติถึง 346 คนสะท้อนให้เห็นว่าแก๊งนี้มีความขยายตัวและดึงดูดผู้คนจากหลายประเทศเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โทรศัพท์มือถือหลายพันเครื่อง เพื่อรองรับการดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้ แรงกดดันจากประเทศจีนที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากพลเมืองจีนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของแก๊งนี้ โดยการโจมตีครั้งนี้ยังมีเป้าหมายชัดเจนในการลดผลกระทบทางลบที่เกิดขึ้นกับความมั่นคงของภูมิภาคและลดความเสียหายแก่ประชาชนทั่วไป นอกจากนี้ การจับกุมเจ้าพ่อเครือข่ายอย่างนายเฉอ จื้อเจียง ที่มีประวัติถูกส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ยังแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างประเทศในการยับยั้งอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ชเวก๊กโกถือเป็นตัวอย่างของรูปแบบอาชญากรรมออนไลน์สมัยใหม่ที่ต้องการการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพและทันเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของชายแดนไทย-เมียนมา ที่มีช่องโหว่ในเรื่องของการตรวจสอบและควบคุม ข้อมูลจากการยึดมือถือเกือบ 10,000 เครื่องชี้ชัดว่าแก๊งนี้มีการใช้เทคโนโลยีเพื่อหลอกลวงเหยื่อในวงกว้าง ทั้งรูปแบบการพนันออนไลน์และการหลอกลวงทางการเงิน สำหรับประชาชนทั่วไป การระมัดระวังตนเองเมื่อต้องรับมือกับโทรศัพท์สายเรียกเข้าที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือข้อความจากผู้ไม่หวังดีถือเป็นเรื่องสำคัญ รวมทั้งการติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด จะช่วยลดความเสี่ยงในการตกเป็นเหยื่อและสร้างความตระหนักรู้ในสังคมมากขึ้น





























































