นักเรียนร้องเรียน "ครูโรงเรียนย่านภาษีเจริญ" บังคับตัดผมนักเรียน เก็บเงิน แถมเยาะเย้ยซ้ำ
เพจนักเรียนเลว รายงานว่า มีผู้ร้องเรียนกรณีครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ บังคับนักเรียนตัดผมให้ถูกระเบียบ แม้ครูจะไม่มีทักษะ โดยผู้ร้องเรียนที่ไว้ทรงรองทรงกลางถูกระบุว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ผู้ร้องเรียนระบุว่า ครูมีการ เก็บค่าตัดผม โดยมีอัตราตั้งแต่ 10-40 บาท และต้องโอนเงินเข้าบัญชีที่คาดว่าเป็นของครูผู้ตัด นอกจากนี้ ครูยังพูด เยาะเย้ย ต่อหน้านักเรียนคนอื่นว่า “อย่าไปแอบร้องไห้ในห้องน้ำอีกนะ” ผู้ร้องเรียนยืนยันว่าเหตุการณ์ละเมิดสิทธินี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิเด็กและขัดต่อหลักศักดิ์ศรีของนักเรียน
#ข่าวtiktok #ข่าวนักเรียน #ทรงผมนักเรียน #กระทรวงศึกษาธิการ #ข่าวการศึกษา
กรณีที่นักเรียนในเขตภาษีเจริญร้องเรียนว่าครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งบังคับตัดผม และเก็บเงินค่าตัดผมตั้งแต่ 10-40 บาท พร้อมทั้งมีคำพูดเยาะเย้ยในขณะตัดผม ถือเป็นประเด็นที่สะท้อนถึงการละเมิดสิทธิของนักเรียนตามหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายการศึกษาในประเทศไทย การบังคับให้ตัดผมตามระเบียบโรงเรียนอาจจะเป็นเรื่องที่ต้องคงไว้เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในโรงเรียน แต่สิ่งที่ควรถูกตั้งคำถาม คือการเก็บเงินค่าตัดผมจากนักเรียนและการกระทำที่กดดันให้ใช้ทรงผมแบบที่อาจไม่เหมาะกับสภาวะหรือความต้องการส่วนบุคคล นอกจากนี้ การเยาะเย้ยหรือพูดจาทำร้ายนักเรียน เช่น “อย่าไปแอบร้องไห้ในห้องน้ำอีกนะ” ถือเป็นการใช้คำพูดที่ละเมิดศักดิ์ศรีและส่งผลกระทบทางจิตใจอย่างไม่ควรเกิดขึ้นในสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ในแง่มุมของกฎหมายและสิทธิเด็ก ประเทศไทยมี พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 ที่รับรองสิทธิและความคุ้มครองเด็กจากการถูกละเมิดในทุกรูปแบบ รวมถึงสิทธิเสรีภาพในเรื่องความเป็นอยู่และการแสดงออกของเด็ก การกระทำที่ครูหรือบุคลากรทางการศึกษาแสดงออกถึงการละเมิดสิทธิ ย่อมต้องได้รับการตรวจสอบและแก้ไขโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ปกครองและนักเรียนควรร่วมมือกันในการแจ้งความและร้องเรียนหากพบเหตุการณ์ลักษณะนี้ เพื่อช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย มีความเคารพศักดิ์ศรี และส่งเสริมความเป็นตัวของตัวเองของนักเรียน นอกจากนี้ควรส่งเสริมให้โรงเรียนมีการอบรมครูและบุคลากรทางการศึกษาในเรื่องการปฏิบัติต่อนักเรียนอย่างมีความเคารพและปลอดภัยทางจิตใจ การแก้ปัญหาต้องเกิดจากการรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน เปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น และมีนโยบายโรงเรียนที่เป็นมิตรกับนักเรียน รวมทั้งต้องมีมาตรการควบคุมที่ชัดเจนในการป้องกันการเก็บเงินโดยมิชอบและการล่วงละเมิดสิทธิในรูปแบบต่าง ๆ ของครูเพื่อให้สิทธิของนักเรียนได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง
















