"นายกฯ หนู" ขอรับผิดชอบเหตุการณ์น้ำท่วมทั้งหมดเอง เครียดหนัก ล่าสุด ถูกชาวบ้านหาดใหญ่เรียกให้ "ลงมาเดินดูคนลำบาก" ไม่ใช่นั่งอยู่บนรถ

วันนี้ (28 พ.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แสดงความรู้สึกหลังเห็นวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ โดยระบุว่า "ผมรู้สึกเครียดที่เห็นพี่น้องต้องลำบากทุกข์ยาก... ผมก็ทุกข์ไม่น้อยกว่าท่านแน่นอน" พร้อมประกาศ ขอรับผิดชอบเหตุการณ์ทั้งหมดเอง ขณะเดียวกันได้ เร่งคืนร่างและเยียวยาผู้เสียชีวิต โดยยืนยันว่า เงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ 2 ล้านบาท จะต้องถึงมือครอบครัวภายในอาทิตย์หน้า ทั้งนี้ นายกฯ ได้ยอมรับว่าเกิดความผิดพลาดในการบริหารจัดการ หลังถูกชาวบ้านหาดใหญ่โวยวายให้ "ลงมาเดินดูคนลำบาก" แทนการนั่งอยู่บนรถ

#ข่าวtiktok #น้ำท่วมภาคใต้ #น้ำท่วมหาดใหญ่ #ข่าวสงขลา #กระทรวงมหาดไทย

2025/11/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้เกิดขึ้นท่ามกลางความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากเหตุการณ์นี้รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสถานการณ์อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งประกาศขอรับผิดชอบเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังเร่งดำเนินการเยียวยาผู้เสียชีวิตด้วยเงินช่วยเหลือรายละ 2 ล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครอบครัวผู้สูญเสียอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์น้ำท่วมซึ่งเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงหาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการน้ำ และความจำเป็นในการปรับปรุงมาตรการป้องกันน้ำท่วมในระยะยาว การที่ชาวบ้านหาดใหญ่เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี "ลงมาเดินดูคนลำบาก" แทนการนั่งอยู่บนรถ เป็นการขอให้ผู้บริหารมีความเห็นอกเห็นใจและเข้าถึงปัญหาอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความร่วมมือจากประชาชน การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ใช่เพียงแค่การมอบเงินช่วยเหลือเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่ได้รับความเสียหาย การจัดหาที่พักชั่วคราว การสนับสนุนการดูแลสุขภาพ และการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่กลับมาสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ในระยะยาว จำเป็นต้องมีการวางแผนและลงทุนในระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำเสริม การลักลอบน้ำท่วม การฟื้นฟูป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อลดผลกระทบของน้ำท่วม รวมไปถึงการปรับปรุงโครงสร้างการแจ้งเตือนและระบบสื่อสารฉุกเฉิน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลและสามารถเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีภาครัฐที่รับผิดชอบต่อประชาชน และการร่วมแรงร่วมใจกันของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ชุมชน และภาคประชาชน เพื่อฟันฝ่าวิกฤตน้ำท่วมนี้ไปด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน