กองกำลังนเรศวร สั่งปิดชายแดนทุกจุด เว้นสะพานมิตรภาพ 1 หลัง พลตรีไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร เตือนโต้กลับหากกsะสุxล้ำแดน

สถานการณ์การสู้suระหว่าง กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) กองพลที่ 6 กับฝ่าย ทหารเมียนมา กองพล 22 ที่ อ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ยังคงรุนแรงและมีเสียงปืx ค.60 และ ค.120 ดังถึงฝั่งไทย กองกำลังนเรศวร ได้สั่ง ปิดท่าข้ามทุกจุด เป็นเวลา 7 วัน เพื่อป้องกันการข้ามไปมาของประชาชน ยกเว้นบริเวณ สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 พลตรีไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร อยู่ในพื้นที่ตลอด โดยให้หน่วยทหารและตำรวจตะเวนชายแดนตรึงกำลังตามแนวชายแดน เนื่องจากมี กsะสุxปืx ค. จากการสู้sบล้ำมาตกในเขตไทยแล้ว 5 นัด ทำให้ชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่กับคนไทยได้รับบาดเจ็บ 2 คน ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร พร้อมที่จะ ตอบโต้ด้วยกระสุxปืxสัvxาsไปยังเมียนมาทันที หากยังมีกsะสุxจากการสู้sบล้ำแดนเข้ามาตกในเขตไทย

#ข่าวtiktok #ข่าวเมียนมา #ชายแดนไทยเมียนมา #ข่าวกะเหรี่ยง #กระทรวงกลาโหม

2025/12/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากการปะทะอย่างหนักระหว่างกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) กับทหารเมียนมา บริเวณ อ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ อ.แม่สอด จ.ตาก ส่งผลให้สถานการณ์ชายแดนฝั่งไทยได้รับผลกระทบโดยตรง มีเสียงปืน ค.60 และ ค.120 ดังและสะเทือนถึงฝั่งไทยอย่างต่อเนื่อง สร้างความกังวลให้กับชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนหลายสิบกิโลเมตร กองกำลังนเรศวรจึงได้ประกาศปิดด่านชายแดนทุกจุดเป็นเวลา 7 วัน ยกเว้นเพียงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 ซึ่งยังเปิดให้บริการเพื่อรักษาการขนส่งและความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ พลตรีไมตรี ชูปรีชา ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวรได้เดินทางเข้ามาควบคุมสถานการณ์ด้วยตนเอง พร้อมสั่งให้หน่วยทหารและตำรวจตระเวนชายแดนตรึงกำลังอย่างเข้มงวดตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการล้ำเขตและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยจากการสู้รบมีรายงานว่า มีกระสุนปืนตกในเขตไทยจำนวน 5 นัด ส่งผลให้ชาวเมียนมาในพื้นที่ชายแดนซึ่งอาศัยกับคนไทยได้รับบาดเจ็บ 2 คน สถานการณ์นี้ได้สร้างความตึงเครียดบริเวณชายแดนอย่างมาก และเป็นสัญญาณเตือนให้ฝ่ายความมั่นคงไทยพร้อมตอบโต้ทันทีหากยังเกิดการยิงปะทะล้ำแดนอีก เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาและความเสี่ยงที่สังคมในพื้นที่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มีการปะทะรุนแรงในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง ความสำคัญของมาตรการปิดชายแดนเพื่อสร้างความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อประชาชนจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับคำแนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอุบัติการณ์ลุกลาม การร่วมมือกันของทุกฝ่ายจะช่วยสร้างความมั่นคงและความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมาได้ในระยะยาว