ปิดชายแดนไทย-เมียนมา 7 วัน รัฐบาล ยืนยัน กองทัพทหารไทยพร้อมรับมือ หากกsะสุuตกฝั่งไทยอีกพร้อมตอบโต้ทันที จ่อลงพื้นที่ตรวจ ตาก-แม่ฮ่องสอน

(3 ธ.ค. 68) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา จ.ตาก โดยยืนยันว่า กองทัพของไทยเตรียมพร้อมตลอด กรณีที่มีกsะสุuยิvหลุดเข้ามาตกในฝั่งไทย หรือมีการรุกล้ำเข้ามา จะดำเนินการ ยิvเตือน และพร้อมตอบโต้ทันทีตามกฎการใช้กำลัง พล.อ.ณัฐพล กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่น่าเป็นห่วง มีเพียงกsะสุuหลุดเข้ามาจากการต่อสู้กันเอง และยังไม่มีการอพยพข้ามมาฝั่งไทย แต่ได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว พร้อมเปิดเผยว่าจะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแนวชายแดนด้านตะวันตก ทั้ง จ.แม่ฮ่องสอน และตาก เพื่อติดตามสถานการณ์ต่อไป

#ข่าวtiktok #ชายแดนไทยเมียนมา #ข่าวเมียนมา #กระทรวงกลาโหม #ชายแดนแม่สอด

2025/12/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ช่วงนี้การปิดชายแดน 7 วันได้รับการประกาศเพื่อควบคุมและป้องกันผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นฝั่งเมียนมาอย่างมีประสิทธิภาพ ทางกองทัพไทยได้แสดงความพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างเต็มที่ โดยได้จัดกำลังทหารไว้ 9 นายสำหรับตอบโต้ทันทีหากมีกระสุนหลุดตกฝั่งไทยตามข้อมูลจากภาพข่าว รวมถึงมีระบบการเตือนภัยและปฏิบัติตามกฎการใช้กำลังในพื้นที่อย่างเคร่งครัด การตอบโต้กระสุนที่หลุดตกในเขตประเทศไทยไม่เพียงเป็นการปกป้องพื้นที่และความปลอดภัยของประชาชน แต่ยังเป็นการแสดงถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลและกองทัพไทยที่ต้องการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพชายแดนอย่างเต็มที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า สถานการณ์ขณะนี้ยังไม่น่าวิตกกังวลมากนัก เนื่องจากกระสุนที่ตกมาฝั่งไทยเกิดจากการต่อสู้กันเองในฝั่งเมียนมาเท่านั้น และยังไม่มีผู้ลี้ภัยรายใหญ่ที่ข้ามชายแดนมายังไทย นอกจากนี้ แผนการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแนวชายแดนในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและตากยังถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงสามารถประเมินสถานการณ์จริงและให้ความช่วยเหลือหรือปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างทันท่วงที ให้ความมั่นใจกับประชาชนในพื้นที่ชายแดนว่าเรื่องความปลอดภัยได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ การติดตามข่าวสารในมุมมองของกองทัพและรัฐบาลประจำพื้นที่นั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่อาศัยหรือใกล้เคียงแนวชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อปฏิบัติตัวและมีความพร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น การปิดชายแดนในครั้งนี้ถือเป็นมาตรการหนึ่งเพื่อป้องกันเหตุการณ์ลุกลามข้ามฝั่ง และลดความเสี่ยงต่อชาวไทยในพื้นที่ชายแดน โดยผู้ที่เกี่ยวข้องยังคงมีการติดตามและปรับเปลี่ยนมาตรการตามสถานการณ์จริงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าความมั่นคงและสันติภาพในพื้นที่จะกลับคืนมาโดยเร็วที่สุด