"สรวงศ์" เล็งซักฟอก "อนุทิน" ลั่นรัฐบาลทำชาติเสียหาย อยู่ต่อไม่ได้ - "จุลพันธ์" เบรกข่าวดีล 12 ธ.ค.68

นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เผยว่าพรรคกำลังหารือเพื่อยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยดูช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ถูกโยงเรื่องแก้รัฐธรรมนูญหรือน้ำท่วม พร้อมย้ำว่ารัฐบาลบริหารผิดพลาดจนประเทศเสียหายจึงปล่อยไว้ไม่ได้ ด้าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (ตามข่าว) ระบุว่าวันยื่นอภิปราย 12 ธ.ค. ยังไม่มีข้อสรุป

#ข่าวtiktok #ข่าวการเมือง #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #ซักฟอกรัฐบาล #การเมืองไทย

2025/12/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา ถือเป็นกลไกสำคัญของระบอบประชาธิปไตยไทย ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถตรวจสอบและเรียกร้องความรับผิดชอบจากฝ่ายบริหารรัฐบาล โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดข้อผิดพลาดหรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศและประชาชนอย่างรุนแรง ซึ่งกรณีที่นายสรวงศ์ เทียนทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย้ำถึงความผิดพลาดของรัฐบาลและแผนการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อพล.อ.อนุทิน ชาญวีรกูล ที่จะเกิดขึ้น จะเป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนถึงความไม่พอใจต่อการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ สำหรับการตัดสินใจเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ยังเป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน โดยต้องคำนึงถึงบริบททางการเมือง สถานการณ์ภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม รวมถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้เกิดความคลุมเครือหรือถูกตีความผิดไปในทางอื่น ยิ่งไปกว่านั้น การอภิปรายไม่ควรจะเริ่มต้นในช่วงเวลาที่ทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรงหรือส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ในทางปฏิบัติ การอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายและตั้งคำถามต่อผู้ถูกอภิปรายอย่างเปิดเผย โดยเน้นการตรวจสอบการบริหารงานและนโยบายที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศ การอภิปรายนี้ยังเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของรัฐบาลและความสามารถในการบริหารประเทศในอนาคต ทั้งนี้ จากคำกล่าวของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่บอกว่ายังไม่มีข้อสรุปเรื่องวันยื่นอภิปรายในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ทำให้เห็นว่าสถานการณ์ยังคงมีการพูดคุยและวางแผนอย่างรอบคอบเพื่อความเหมาะสมที่สุดในการดำเนินการต่อไป โดยรวมแล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การโจมตีฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนเสียงของประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลรับผิดชอบและปรับปรุงการบริหาร เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต