ปชน. แตกหัก ภท.! ลั่นตัดขาดหากหนุนเกณฑ์ สว. 1/3 - "เท้ง" ขู่ถอนตัวหนุนร่าง รธน.
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน อภิปรายโต้ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.ภูมิใจไทย อย่างดุเดือด โดยประกาศว่าหากภูมิใจไทยโหวตฟื้นเกณฑ์ใช้เสียง สว. 1 ใน 3 พรรคประชาชนและพรรคเพื่อไทยในฐานะฝ่ายค้าน จะไม่สามารถยอมรับ ให้การแก้รัฐธรรมนูญเดินหน้าสู่วาระ 3 ได้ และขู่ว่าจะร้องขอให้นายกฯ ยุบสภา เพราะถือว่าผิดคำพูด "พูดแล้วทำ" ทำให้เชื่อไม่ได้ว่าต้องการ รธน. ฉบับประชาชนจริง
ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีการเสนอให้ใช้เสียง ส.ว. หนึ่งในสาม เป็นเกณฑ์สำคัญในการผ่านการแก้ไข ได้สร้างความตึงเครียดและความแตกแยกอย่างรุนแรงในวงการเมืองไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในกลุ่มฝ่ายสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเอง เช่น พรรคประชาชน (ปชป.) ที่ออกมาประกาศชัดเจนว่าจะไม่ยอมรับหากพรรคภูมิใจไทยสนับสนุนข้อเสนอนี้ เนื่องจากมองว่าเป็นการย้อนแย้งและขัดกับคำพูดที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ที่ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญที่แท้จริงจากประชาชน การใช้เสียง ส.ว. หนึ่งในสามในกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นประเด็นที่มีผลต่อความชอบธรรมของการแก้ไข เนื่องจาก ส.ว. ส่วนใหญ่ได้รับการแต่งตั้งและมีแนวโน้มสนับสนุนการเมืองในรูปแบบเก่าที่ไม่เปิดกว้างมากนัก ส่งผลให้ฝ่ายค้าน เช่น ปชป. และเพื่อไทย มีความกังวลว่าการใช้เกณฑ์นี้จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ปฏิกิริยาของหัวหน้าพรรคประชาชนที่ขู่ว่าจะขอให้นายกรัฐมนตรียุบสภาก็สะท้อนถึงความรุนแรงของความขัดแย้งภายในสภาผู้แทนราษฎร และอาจส่งผลถึงเสถียรภาพทางการเมืองโดยรวม ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่ต้องการเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่โปร่งใสและเป็นธรรม อย่างไรก็ตามในมุมมองของประชาชนทั่วไป เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความท้าทายในการดำเนินกระบวนการปฏิรูปการเมืองที่ต้องผ่านการเจรจา ประนีประนอม และความเข้าใจระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุรัฐธรรมนูญที่ตอบสนองความต้องการของคนส่วนใหญ่จริง ๆ การติดตามความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะชี้ว่าการเมืองไทยจะก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องเกณฑ์การใช้เสียง ส.ว. ที่ยังเป็นข้อเสนอที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในสภาปัจจุบัน ดังนั้นประชาชนควรติดตามข้อมูลข่าวสารจากหลายแหล่งและเปิดใจรับฟังมุมมองที่แตกต่าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจในภาพรวมของสถานการณ์ทางการเมืองและการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะส่งผลระยะยาวต่อสังคมและประเทศชาติ
