สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์จี้ไทย-กัมพูชายุติการสู้รบ ถอนอาวุธหนัก และปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพ

(22 ธ.ค. 68) นายโทมัส “ทอมมี่” พิกอตต์ หัวหน้ารองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชายุติการสู้รบ ถอนอาวุธหนัก และหยุดวางทุ่นระเบิดโดยทันที พร้อมกระตุ้นให้ทั้งสองประเทศปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์อย่างเคร่งครัด ทั้งการเก็บกู้ระเบิดเพื่อมนุษยธรรมและการแก้ไขปัญหาชายแดน โดยสหรัฐฯ พร้อมสนับสนุนการทำงานของผู้นำอาเซียนเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามพันธกรณีในการยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืน

#ข่าวtiktok #ทหารกัมพูชา #กระทรวงกลาโหม #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวต่างประเทศ

2025/12/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชายังคงเป็นหัวข้อสำคัญที่ได้รับความสนใจจากนานาชาติ โดยล่าสุดสหรัฐอเมริกาได้ออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศหยุดการสู้รบ ถอนอาวุธหนัก รวมถึงการหยุดวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญเพื่อรักษาความสงบและป้องกันการสูญเสียชีวิตของประชาชนในบริเวณนั้น ข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์ซึ่งเป็นกรอบการเจรจาสำคัญในการแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา มีเป้าหมายเพื่อยุติความขัดแย้งอย่างยั่งยืน ผ่านการเก็บกู้ระเบิดและอาวุธต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของชุมชนในพื้นที่ ข้อตกลงนี้ยังรวมถึงการดำเนินมาตรการทางการทูตและความร่วมมือด้านความมั่นคงเพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ นอกจากการเรียกร้องจากสหรัฐฯแล้ว ตัวแทนผู้นำในอาเซียนเองก็มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามพันธกรณีดังกล่าว โดยเน้นการใช้ช่องทางเจรจาและความร่วมมือทางการทูตเป็นหลัก เพื่อสร้างความมั่นใจว่าความขัดแย้งจะไม่บานปลายและจะมีการแก้ไขอย่างเป็นระบบและยั่งยืน สำหรับประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา การยุติการสู้รบและการถอนอาวุธหนักจะช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและเปิดโอกาสให้เกิดการฟื้นฟูพื้นที่ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงโยกย้ายกลับสู่บ้านเรือนอย่างสงบสุข นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่างสองประเทศยังสามารถขยายไปสู่ด้านอื่นๆ เช่น การค้าขาย การท่องเที่ยว และกิจกรรมทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระดับภูมิภาคอย่างกว้างขวาง โดยสรุป การที่สหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เรียกร้องครั้งนี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเด็นความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาได้รับความสำคัญในเวทีโลกและได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิด การแก้ปัญหาผ่านข้อตกลงสันติภาพกัวลาลัมเปอร์และความร่วมมือของผู้นำอาเซียนจะเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาสันติภาพและความมั่นคงกลับคืนสู่พื้นที่นี้อย่างแท้จริง