กกต. ไฟเขียวอินฟลูเอนเซอร์สมัคร สส. ได้ ไม่ถือเป็นเจ้าของสื่อ พร้อมคุมเข้มโพลชี้นำ-นโยบายประชานิยม

ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ชี้แจงแนวทางรับสมัคร สส. โดยยืนยันว่ากลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ยูทูบเบอร์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์ สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ เนื่องจากถือเป็นเพียง "ผู้ใช้สื่อ" ไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามเรื่องการเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน พร้อมกันนี้ กกต. ได้ออกคำเตือนห้ามสื่อมวลชนทำโพลที่มีลักษณะชี้นำและห้ามเปิดเผยผลโพลในช่วง 7 วันก่อนเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดหีบ รวมถึงมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายประชานิยมของพรรคการเมืองอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการหาเสียงที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

#ข่าวtiktok #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #เลือกตั้ง69 #กรมประชาสัมพันธ์

2025/12/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในยุคสมัยที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นพื้นที่สำคัญของการสื่อสารและการเมือง การเปิดโอกาสให้อินฟลูเอนเซอร์ ยูทูบเบอร์ และคอนเทนต์ครีเอเตอร์สามารถสมัครรับเลือกตั้ง สส. ได้ ถือเป็นการยอมรับบทบาทของผู้สร้างเนื้อหาบนโลกออนไลน์ว่าเป็นกลุ่มผู้ใช้สื่อที่มีอิทธิพลต่อสังคมอย่างแท้จริง กกต. ได้กำหนดแนวทางชัดเจนว่าสถานะของอินฟลูเอนเซอร์ไม่เข้าข่ายการเป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชน ดังนั้นจึงไม่ติดขัดเรื่องข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง นอกจากนี้การควบคุมการทำโพลที่อาจมีการชี้นำหรือเผยแพร่ผลโพลก่อนวันเลือกตั้ง ยังเป็นการรักษาความโปร่งใสและสร้างความเป็นธรรมในการเลือกตั้งครั้งนี้ อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญคือการตั้งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบนโยบายประชานิยมของพรรคการเมืองอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการหาเสียงที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามของ กกต. ในการสร้างสนามเลือกตั้งที่มีคุณภาพและยั่งยืน ในมุมมองของประชาชนทั่วไป การที่อินฟลูเอนเซอร์สามารถร่วมสมัครรับเลือกตั้งได้ แสดงให้เห็นว่าโอกาสในการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองเปิดกว้างมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยส่งเสริมความหลากหลายของตัวแทนราษฎรที่มาจากกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มมีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างนโยบายและกฎหมายที่ทันสมัยและตอบโจทย์ประชาชนได้มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสมัครรับเลือกตั้งควรศึกษาข้อกฎหมายและแนวทางที่ กกต. กำหนดอย่างละเอียดเพื่อให้การสมัครและการหาเสียงเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญในการเสริมสร้างระบบประชาธิปไตยที่เปิดรับความแตกต่างและตื่นตัวกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่อย่างแท้จริง