เมียนมาเลือกตั้งเฟส 2 คาดพรรคทหาร USDP ชนะแลนด์สไลด์หลังฝ่ายค้านถูกกีดกันและยุบพรรค

(11 ม.ค. 69) การเลือกตั้งเฟส 2 ในเมียนมาเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางการวิจารณ์จากยูเอ็นและนานาชาติว่าไม่โปร่งใส โดยพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ที่กองทัพสนับสนุนมีแนวโน้มกวาดที่นั่งถล่มทลายเนื่องจากพรรคฝ่ายค้านอย่าง NLD ของนางออง ซาน ซูจี ถูกสั่งยุบพรรคไปก่อนหน้า ขณะที่ผู้สังเกตการณ์ชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ขาดความยุติธรรมเพราะมีการออกกฎหมายขัดขวางคู่แข่งและยังมีการสู้รบในหลายพื้นที่ที่รัฐบาลทหารไม่สามารถควบคุมได้

#ข่าวtiktok #ข่าวเมียนมา #เลือกตั้งเมียนมา #รัฐบาลทหารเมียนมา #ข่าวต่างประเทศ

1/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ติดตามสถานการณ์เมียนมามาอย่างต่อเนื่อง พบว่าการเลือกตั้งเฟส 2 ในเมียนมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 สะท้อนภาพรวมการเมืองที่ซับซ้อนและท้าทายมากยิ่งขึ้น การที่พรรค USDP ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ สามารถชนะเลือกตั้งได้อย่างถล่มทลายนั้น มีผลมาจากหลายปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการยุบพรรคฝ่ายค้านสำคัญอย่าง NLD รวมถึงการออกกฎหมายและมาตรการที่ค่อนข้างจำกัดสิทธิของคู่แข่งทางการเมือง ส่งผลให้การแข่งขันไม่เป็นธรรมและยากต่อการแสดงออกทางการเมืองอย่างเสรี ในช่วงเวลานี้ ผมได้ติดตามรายงานข่าวและศึกษาการวิเคราะห์จากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญหลายราย พบว่า สถานการณ์เหล่านี้ยังสร้างความไม่แน่นอนให้กับประชาชนเมียนมาจำนวนมาก ซึ่งมีความหวังได้เห็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่กลับต้องเผชิญกับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อและการสลายเสียงของฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างรุนแรง อีกทั้งการสู้รบในหลายพื้นที่ที่รัฐบาลทหารไม่สามารถควบคุมได้นั้น ยิ่งทำให้บรรยากาศในการเลือกตั้งขาดความสงบและโปร่งใส ส่งผลให้ประชาชนบางส่วนวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้สิทธิของตนเอง และมีความลังเลในการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในบางพื้นที่ จากมุมมองส่วนตัว ผมเห็นว่าสถานการณ์เลือกตั้งครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์สำคัญของระบอบการเมืองเมียนมา ที่หากยังคงมีการควบคุมและจำกัดเสรีภาพทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ก็อาจนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจในสถาบันการเมืองและความไม่มั่นคงทางสังคมในระยะยาวได้ นอกจากนี้ยังอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับองค์กรระหว่างประเทศและชาติภายนอกที่เน้นย้ำความสำคัญของกระบวนการเลือกตั้งที่เป็นธรรมและโปร่งใส หากจะพูดถึงสิ่งที่ประชาชนและผู้สนใจการเมืองควรติดตามต่อไป คือการตอบสนองและท่าทีของรัฐบาลทหารเมียนมาว่า จะมีการเปิดกว้างทางการเมืองมากขึ้นหรือไม่ และประชาคมโลกจะมีบทบาทอย่างไรในการสนับสนุนแนวทางสันติภาพและประชาธิปไตยที่แท้จริงในเมียนมา