กองทัพเรือรับ 28 คนไทยพ้นขุมนรกสแกมเมอร์กัมพูชา ชี้อาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติยังระบาดหนัก
(15 ม.ค. 69) พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เผยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรีรับตัว 28 คนไทยที่ถูกหลอกไปทำงานสแกมเมอร์ในกัมพูชากลับสู่ประเทศผ่านด่านบ้านผักกาด โดยระบุว่าเครือข่ายนี้ยังเติบโตได้เพราะมีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนในพื้นที่เอื้อประโยชน์ กองทัพเรือจึงยืนยันจะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติทุกรูปแบบร่วมกับภาคีระหว่างประเทศเพื่อความมั่นคงของประชาชน
#ข่าวtiktok #ข่าวกัมพูชา #กองทัพเรือ #อาชญากรรมข้ามชาติ #กระทรวงกลาโหม
การหลอกลวงด้วยวิธีสแกมเมอร์ในหลายประเทศยังเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อผู้ตกเป็นเหยื่อ อย่างกรณีของคนไทย 28 คนที่ถูกหลอกไปทำงานผิดกฎหมายในกัมพูชาถือเป็นตัวอย่างที่สะท้อนความรุนแรงของอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติอย่างชัดเจน จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้รู้จักคนในพื้นที่ที่เคยตกเป็นเหยื่อสแกมเมอร์ บางครั้งพวกเขาถูกลวงด้วยคำชักชวนงานดีรายได้สูงซึ่งดูน่าเชื่อถือ แต่ทราบทีหลังว่าถูกบังคับให้ทำงานในเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย พวกเขาแทบไม่มีทางเลือกต้องถูกกักขังหรือข่มขู่ทำให้ไม่สามารถหลบหนีได้ง่ายๆ จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม nàyจึงจำเป็นต้องเข้มแข็งและสากล การที่กองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกับภาคีระหว่างประเทศในการกวาดล้างกลุ่มสแกมเมอร์ถือเป็นสัญญาณบวกที่สร้างความมั่นใจว่าเหยื่อจะได้รับความช่วยเหลือกลับคืนสู่อิสรภาพได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังจำเป็นที่ทุกคนควรรู้เท่าทันวิธีการหลอกลวงออนไลน์ต่างๆ เพื่อไม่ตกเป็นเป้าหมายซ้ำอีก ในยุคที่เทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียเติบโตอย่างรวดเร็ว เราควรติดตามข่าวสารเกี่ยวกับวิธีการป้องกันตนเองจากภัยไซเบอร์ เช่น การไม่คลิกลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ การตรวจสอบแหล่งงานก่อนรับข้อเสนอ รวมถึงการติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อพบปัญหาหรือสงสัยว่ามีการหลอกลวง นอกจากนี้การเผยแพร่เรื่องราวและประสบการณ์ของผู้ถูกหลอกลวงก็ช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้ชุมชนและลดโอกาสเกิดเหตุซ้ำในอนาคตได้อีกด้วย สุดท้ายแล้ว การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เป็นกุญแจสำคัญที่จะหยุดยั้งเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและทำให้สังคมปลอดภัยมากขึ้นสำหรับทุกคน

































































