กัมพูชาอนุญาตเรือรบสหรัฐฯ เทียบท่าฐานทัพเรือเรียม พร้อมประกาศร่วมคณะกรรมการสันติภาพของ "โดนัลด์ ทรัมป์"
(27 ม.ค. 69) พลเอก ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้การต้อนรับพลเรือเอก ซามูเอล ปาปาโร ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก พร้อมประกาศนำกัมพูชาเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อแสดงเจตจำนงต่อสันติภาพโลก หลังจากอนุญาตให้เรือรบยูเอสเอส ซินซินเนติ (USS Cincinnati) เข้าจอดเทียบท่า ณ ฐานทัพเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ ซึ่งถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางทหารระดับทวิภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
#ข่าวtiktok #ข่าวกัมพูชา #โดนัลด์ทรัมป์ #ข่าวต่างประเทศ #เรือรบสหรัฐอเมริกา🇺🇲
ในวันที่ 27 มกราคม 2569 เหตุการณ์ที่กัมพูชาอนุญาตให้เรือรบของสหรัฐฯ USS Cincinnati เทียบท่าฐานทัพเรือเรียมได้สร้างความสนใจอย่างมากในวงการข่าวระหว่างประเทศ เนื่องจากเป็นสัญญาณของความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งขึ้นระหว่างสองประเทศในด้านความมั่นคงและการทหาร นอกจากนี้การตัดสินใจเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงให้เห็นถึงความพยายามของกัมพูชาในการส่งเสริมบทบาทของตนเองในเวทีโลก สร้างความมั่นใจต่อประชาคมระหว่างประเทศว่าประเทศนี้พร้อมที่จะมีส่วนร่วมในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค ฐานทัพเรือเรียมที่จังหวัดพระสีหนุไม่เพียงเป็นสถานที่ที่สะดวกสำหรับเรือรบสหรัฐฯ เทียบท่าเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของความร่วมมือทางทหารระดับทวิภาคีที่มีความสำคัญ เพราะช่วยเพิ่มศักยภาพการฝึกซ้อมและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ การเปิดฐานทัพเรือนี้ยังส่งผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น เพราะมีการเคลื่อนไหวของกำลังพลและอุปกรณ์ทางทหารซึ่งจะทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจและการจ้างงานในพื้นที่ จากประสบการณ์ส่วนตัว ฉันเห็นว่าการเปิดรับเรือรบต่างชาติและการเข้าร่วมคณะกรรมการสันติภาพเช่นนี้ สามารถช่วยให้ประเทศมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในสายตาของโลก และสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพในการรับมือกับปัญหาความมั่นคงร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นการต่อต้านภัยคุกคามทางทะเลหรือการสนับสนุนภารกิจระหว่างประเทศต่างๆ ด้วยสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา กัมพูชาจึงเลือกใช้การทูตทางทหารและการเมืองอย่างชาญฉลาดเพื่อรักษาความมั่นคงในประเทศ พร้อมกับการแสดงออกอย่างชัดเจนว่า มุ่งหวังให้ภูมิภาคนี้สงบสุขและร่วมมือกันอย่างยั่งยืนในอนาคต





























