"ยศชนัน" อู้คำเมืองบุกน่าน! ไหว้พระธาตุแช่แห้งเสริมดวงนายกฯ ชูนโยบายดันยางล้านไร่-รถไฟรางคู่
(29 ม.ค. 69) ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย นำทีมเดินสายภาคเหนือเริ่มที่จังหวัดน่าน โดยเข้ากราบไหว้พระธาตุแช่แห้ง ซึ่งเจ้าอาวาสอวยพรให้ประสบความสำเร็จและชมว่าโหงวเฮ้งดี มีบุญรักษาพอจะเป็นผู้นำประเทศได้ ดร.ยศชนัน ปราศรัยชูนโยบายปั๊มยางพาราน่านให้ครบ 1 ล้านไร่ ประกันกำไรเกษ ตรกร 30% และผลักดันรถไฟรางคู่ แพร่-น่าน-พะเยา พร้อมสานต่อเบี้ยผู้สูงอายุและเงินสนับสนุน 3,000 บาทต่อเดือน เพื่อเปลี่ยนน่านเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวและเกษตรยั่งยืน
#ข่าวtiktok #แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี #ข่าวน่าน #เลือกตั้ง69 #ข่าวการเมือง
ในช่วงที่ได้ติดตามข่าวการเมืองพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดน่าน ผมสังเกตเห็นว่าการที่ผู้สมัครนายกรัฐมนตรีอย่าง ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้เลือกมานมัสการพระธาตุแช่แห้งซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัด ถือเป็นการแสดงถึงความเคารพต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและความผูกพันกับผู้คนในพื้นที่อย่างแท้จริง พระธาตุแช่แห้งนั้นมีความสำคัญในฐานะศูนย์รวมจิตใจของชาวน่านและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือน ผมคิดว่าเมื่อผู้นำทางการเมืองแสดงออกถึงความเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และยึดมั่นในคุณค่าท้องถิ่น จะช่วยสร้างความไว้วางใจและทำให้เสียงของพวกเขาเดินทางไปอย่างกว้างขวางมากขึ้น นอกจากนี้ นโยบายผลักดันการปลูกยางพาราให้ครบ 1 ล้านไร่พร้อมประกันกำไร 30% สำหรับเกษตรกร นับเป็นนโยบายที่ตรงใจเกษตรกรในภาคเหนืออย่างยิ่ง โดยเฉพาะในจังหวัดน่านที่มีเกษตรกรรมเป็นอาชีพหลัก นโยบายนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชาวสวนยาง แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง ประเด็นเรื่องโครงการรถไฟรางคู่ แพร่-น่าน-พะเยา ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจและการพัฒนาในเขตภาคเหนือได้อย่างมหาศาล ผมเห็นว่าโครงการนี้จะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง สร้างความสะดวกสบาย และเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนใหม่ ๆ ในท้องถิ่น ผมที่ได้เดินทางผ่านเส้นทางเหล่านี้ เห็นเลยว่าการคมนาคมที่ดีขึ้นจะเชื่อมโยงผู้คนและตลาดได้ดีขึ้นจริง ๆ สุดท้าย การสานต่อโครงการช่วยเหลือผู้สูงอายุด้วยเบี้ยยังชีพและเงินสนับสนุน 3,000 บาทต่อเดือน ก็เป็นสิ่งที่ทำให้สังคมดูแลผู้สูงอายุอย่างจริงจัง ถือเป็นตัวอย่างที่ดีในการสร้างสังคมเข้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกด้าน จากประสบการณ์และความเห็นส่วนตัว ผมเชื่อว่านโยบายเหล่านี้ถ้าหากได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง และมีการประสานงานกับชุมชนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด จะช่วยยกระดับการพัฒนาภาคเหนือให้ก้าวไกลและมีความมั่นคงยั่งยืนในอนาคตอย่างแท้จริง
