"ยศชนัน" บุกเชียงใหม่ประกาศสงคราม💊ปราบเกลี้ยงใน 6 เดือน ชูอัปเกรดลำไยสร้างมูลค่าเพิ่ม 1,000 เท่า

(30 ม.ค. 69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย นำทัพหาเสียงเชียงใหม่บ้านเกิด ประกาศนโยบายปราบ💊ให้สิ้นซากภายใน 6 เดือน พร้อมชูยุทธศาสตร์ลำไยแห่งชาติใช้เทคโนโลยีสกัดเม็ดสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นสมุนไพร และเร่งแก้ปัญหา PM 2.5 ด้วยการเจรจาข้ามพรมแดน ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ย้ำโครงการสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนเป็นกุศโลบายดึงเงินนอกระบบมาจัดสวัสดิการให้ประชาชน ขณะที่นายณัฐวุฒิ และนายพานทองแท้ ร่วมปลุกพลังชาวเหนือให้เลือกเพื่อไทยยกจังหวัดทั้ง 10 เขต เพื่อดันคนเชียงใหม่เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 และเดินหน้าโครงการสนามบินล้านนาให้เกิดขึ้นจริง

#ข่าวtiktok #ข่าวเชียงใหม่ #ข่าวการเมือง #เลือกตั้ง69 #แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

1/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากลำไย เราพบว่าเทคโนโลยีสกัดเม็ดลำไยสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการขายผลสดทั่วไปซึ่งราคาต่ำ เนื่องจากลำไยมีความเปราะบางและเก็บรักษาได้ไม่นาน การนำลำไยไปแปรรูปเป็นสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น แถมยังเพิ่มโอกาสการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ นโยบายของศ.ดร.ยศชนันที่กล่าวถึงการใช้เทคโนโลยีสกัดควบคู่กับยุทธศาสตร์ลำไยแห่งชาติ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของเชียงใหม่และชุมชนใกล้เคียง ไม่เพียงแต่ปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังเท่านั้น แต่ยังผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าท้องถิ่น นอกจากนี้ นโยบายแก้ปัญหา PM2.5 ด้วยการเจรจาข้ามพรมแดนก็ถือเป็นก้าวสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงการเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ซึ่งปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นปัญหาที่ร้ายแรงในเชียงใหม่และภาคเหนือ การร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหานี้จะช่วยลดผลกระทบและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่ประชาชน สำหรับผู้สนใจติดตามการเมืองและนโยบายในครั้งนี้ การเลือกตั้งในปี 2569 จะเป็นโอกาสสำคัญที่ชาวเชียงใหม่จะช่วยส่งเสริมให้คนท้องถิ่นมีบทบาทในระดับชาติ รวมถึงการผลักดันโครงการสนามบินล้านนาให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งจะสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง การสู้รบกับปัญหายาเสพติด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ลำไย และการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม คือโครงการที่ทำให้เห็นความตั้งใจจริงของพรรคเพื่อไทยในการฟื้นฟูและพัฒนาเชียงใหม่ในหลายมิติ และยังเป็นตัวอย่างนโยบายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากชุมชน ผู้ประกอบการ และภาครัฐ ซึ่งจะสร้างประโยชน์ในระยะยาวต่อภูมิภาคและประเทศชาติอย่างแท้จริง