ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ชงศาลฎีกาฟัน 44 อดีต สส. ก้าวไกล ปมแก้ ม.112 ชี้เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง

(9 ก.พ. 69) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แถลงมติส่งศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ พร้อมอดีต สส. รวม 44 คน ภายใน 30 วัน หลังพบหลักฐานชัดเจนว่าร่วมกันเสนอร่างกฎหมายที่มีเจตนาลดทอนการคุ้มครองสถาบันฯ และนำไปใช้หาเสียง ซึ่งถือเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายและฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

#ข่าวtiktok #ข่าวการเมือง #พรรคก้าวไกล #ศาลฎีกา #เพิกถอนสิทธิ์

2/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประเด็นของการแก้ไขมาตรา 112 นี้ เป็นปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การเมืองและสังคมไทยเป็นอย่างมาก ตัวผมเองเคยเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรื่องนี้ และเห็นว่าการที่ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์เสนอศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิ์อดีต ส.ส. ก้าวไกลจำนวน 44 ราย รวมถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ นั้น ได้สะท้อนให้เห็นถึงการรักษามาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งในภาครัฐอย่างเข้มงวด อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทางกฎหมายเกี่ยวกับมาตรา 112 ยังคงเป็นเรื่องที่นักการเมืองและประชาชนทั่วไปให้ความสนใจและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง เพราะมาตรานี้มีผลต่อทั้งเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและความมั่นคงของสถาบันหลักของประเทศ การที่ ป.ป.ช. ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาภายใน 30 วัน จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่หลายฝ่ายจับตาอย่างใกล้ชิด ในมุมมองของผู้ที่ติดตามข่าวสารนี้ ผมเห็นว่าควรเปิดพื้นที่ให้เกิดการพูดคุยและทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ ส.ส. ในการเสนอร่างกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ละเอียดอ่อนต่อสถาบันฯ เพื่อป้องกันปัญหาการบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันสำคัญของชาติ นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นของการมีมาตรฐานทางจริยธรรมสูงสุดสำหรับนักการเมือง เพื่อให้การบริหารประเทศเป็นไปด้วยความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย อีกทั้งเป็นการลดความขัดแย้งและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน สำหรับกรณีนี้ คือบทเรียนที่ดีและเป็นตัวอย่างให้กับผู้ที่อยู่ในแวดวงการเมืองได้ตระหนักถึงผลของการกระทำที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและเสถียรภาพของชาติอย่างแท้จริง